วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาราคาข้าวเปลือกเจ้า ‘ดิ่ง’

ข้าวเปลือกหอมมะลิราคาขยับรับมาตรการรัฐ จับตาราคาข้าวเปลือกเจ้าร่วงหนัก รับผลผลิตทะลักช่วง 2 เดือนสุดท้าย กรมการข้าวคาด 20 ล้านตันออกสู่ตลาด

ราคาข้าวหอมมะลิเริ่มขยับหลังจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบมาตรการจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิ โดยชาวนาจะได้รับเงินรวมตันละ 13,000 บาท ในขณะที่ข้าวเปลือกเจ้าหรือข้าวขาวราคาร่วง จากผลผลิตที่คาดว่าจะทะลักออกมามากในช่วง 2 เดือนนี้

ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิล่าสุดปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ (2558/59) (ความชื้น 15%) ตันละ 9,000 บาท ณ วันที่ 2 พ.ย. ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อต้นสัปดาห์ (31 ต.ค.) ที่ตันละ 8,800 บาท ซึ่งสะท้อนว่าตลาดตอบรับมาตรการของรัฐบาล

แต่ราคาข้าวเปลือกเจ้า 5% ความชื้น 15% ราคาปรับตัวลดลงเฉลี่ยตันละ 200 บาท โดยราคา ณ วันที่ 2 พ.ย. ที่จังหวัดนนทบุรี ตันละ 7,400 บาท ลดลงจากต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ต.ค.) ซึ่งอยู่ที่ตันละ 7,600-7,700 บาท ส่วนราคาที่จ.สุพรรณบุรี ตันละ 7,200-7,500 ลดลงจาก ตนละ 7,400-7,700 บาท

ทั้งนี้ ข้าวเปลือกเจ้าจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วง พ.ย.-ธ.ค.นี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าราคาจะร่วงลงไปอีก เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมาก

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่าปัญหาราคาข้าวตกต่ำเกิดจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในเดือนพ.ย.-ธ.ค.ที่มีจำนวนสูงมากกว่า 20 ล้านตัน ข้าวเปลือก แบ่งเป็นออกมาช่วงเดือนพ.ย.ประมาณ 14 ล้านตันข้าวเปลือก และเดือนธ.ค.ประมาณ 6 ล้านตัน ข้าวเปลือก

“โรงสีและกลุ่มนายทุนไม่รับซื้อข้าว ทำให้ราคาข้าวตกต่ำเป็นประวัติการณ์”

นายอนันต์ กล่าวว่าจากผลผลิตที่ออกมามากทำให้ ทั้งปีนี้ผลผลิตข้าวทะลุ 28 ล้านตัน เกินกว่าแผนที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ปลูก คือ 25.1 ล้านตัน และเกินกว่าเป้าหมายที่กระทรวงเกษตรฯคาดว่าจะมีผลผลิตทั้งปีที่ประมาณ 27.7 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งทั้งหมดเกิดจากผลผลิตต่อไร่ของชาวนาดีขึ้น

นายอนันต์ กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯได้ทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ราคาข้าว โดยปีนี้ภาครัฐเตรียมรับมือผลผลิตราคาตกต่ำ โดยการลดพื้นที่การเพาะปลูกให้ปลูกนาปี 54.8 ล้านไร่ และนาปรัง 7 ล้านไร่ แต่ผลผลิตและฤดูกาลไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้ผลผลิตออกกระจุกตัวในเดือนพ.ย.-ธ.ค.จึงทำให้ผู้ซื้อฉวยโอกาสเอาเปรียบชาวนา

กรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือ จีสด้า เพื่อลงสำรวจพื้นที่ชาวนาทุก 15 วันเพื่อปรับแผนการเพาะปลูกให้ทันกับสถานการณ์ นำเสนอ กระทรวงเพื่อเตรียมรับมือหากมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงผลผลิตข้าวของชาวนา

พาณิชย์หวังราคาข้าวข้าวขยับตาม

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ยังได้เตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวขาวที่ผลผลิตออกมาใหม่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวขาวปัจจุบันยังไม่พบปัญหาราคาตกต่ำ แต่คาดว่าราคาข้าวขาวน่าจะปรับตัวดีขึ้นตามการปรับตัวด้านราคาของข้าวหอมมะลิ

หลังจากที่จากมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จะช่วยให้ราคาข้าวหอมมะลิในตลาดปรับตัวดีขึ้น โดยขณะนี้ราคาข้าวหอมมะลิพันธุ์ กข 15 ที่ความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ตันละ 9,700 - 12,000 บาท แต่หากชาวนาสนใจร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขาย และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก็จะสามารถขายและได้เงินตันละ 14,000 บาท

“สถานการณ์ส่งออกข้าวในปีนี้ปัจจุบันมีปริมาณส่งออกอยู่ที่ 8 ล้านตัน ช่วงเวลาที่เหลืออีก 2 เดือนนี้จึงคาดว่าเป้าหมายส่งออกจะมีมากกว่า 9 ล้านตันที่คาดการณ์ไว้ โดยส่วนหนึ่งจะมาจากปัจจัยสนับสนุนช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะเกิดขึ้นเร็วกว่าทุกปี ทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นสินค้าที่คนจีนนิยมมากขึ้นในช่วงเทศกาลดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าเรื่องของการจัดทำเอ็มโอยูซื้อข้าวกับบังกลาเทศที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปและนำมาสู่การลงนามซื้อขายร่วมกันภายในเดือนนี้”

นบข.เตรียมถกลดพื้นที่ปลูกข้าว

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานนบข.กล่าวว่าราคาที่ปรับตัวลดลงอันอาจเกิดจากผลผลิตที่มีปริมาณมาก แม้ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯพยายามปรับลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวให้ลดลง เพื่อให้ปริมาณสอดคล้องกับความต้องการบริโภคข้าวทั้งภายในและภายนอก แต่อาจเกิดจากผลผลิตต่อไร่ของชาวนาได้ผลดีขึ้น จากการลดต้นทุนการผลิตและปรับเปลี่ยนการเพราะปลูกเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ภายใต้เป้าหมายลดต้นทุน 20%และเพิ่มผลผลิต 20%

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่าได้แจ้งให้ นบข.ประชุมด่วนช่วงปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาลดพื้นที่การผลิตข้าวลงอีก แม้จะมีการลดพื้นที่ปลูกข้าวลงมาแล้วเป็นลำดับเพื่อไม่ให้ผลผลิตมีปัญหาส่งผลให้ราคาขายตกต่ำ

สมาคมผู้ส่งออกพร้อมรับซื้อ2แสนตัน

ด้านนายวัลลภ มานะธัญญา อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมมีเป้าหมายรับซื้อข้าวหอมมะลิฤดูการใหม่ที่จะออกจากตลาดปริมาณ 2 แสนตัน ล่าสุดพบว่าข้าวหอมมะลิ 15% เฉลี่ยราคาซื้อขายอยู่ที่ตันละ 9,700-12,000 บาท ส่วนข้าว กข.15 ราคาเฉลี่ยตันละ 9,500-9,600 บาท ปรับสูงขึ้นจากเดิมมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 7-8 พันบาท

อย่างไรก็ตามเรื่องการโค้ดราคาข้าวหอมมะลิล่วงหน้าในเดือน ธ.ค.2559 ที่หลายส่วนพบว่ามีราคาขายส่งออกต่ำอยู่ที่ 400-500 ดอลลาร์นั้น ต้องยอมรับว่าอาจมีเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ในภาพรวมของผู้ส่งออกทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าทางสมาคมฯ จะสนับสนุนบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาทุกส่วน หากชาวนาที่ต้องการจะผลิตข้าวเองก็พร้อมจะช่วยโรงสีขนาดเล็ก และเครื่องบรรจุข้าวใส่ถุงด้วย

โรงสีชี้กลไกตลาด-ยันไม่เกี่ยวราคาข้าวตก

นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ เลขาธิการสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวถึงสาเหตุข้าวหอมมะลิราคาตกต่ำในขณะนี้ว่า ต้องพิจารณาหลายๆปัจจัย

“ผมไม่คิดว่าจะเป็นส่วนที่โรงสีกดราคารับซื้อ ราคาข้าวที่ตกต่ำต้องพิจารณาด้วยว่าราคาที่ผู้ส่งออกขายได้ในปัจจุบันราคาเท่าไหร่ ราคาข้าวเป็นเรื่องของกลไกตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง กลุ่มโรงสีไม่น่าจะมีบทบาทที่จะทำให้ราคาข้าวตกต่ำ ถ้าผู้ส่งออกให้ราคาสูงโรงสีก็ต้องรับซื้อในราคาสูงจากชาวนาได้ แต่ปัจจุบันราคาที่ผู้ส่งออกซื้อไม่ได้สูง”

อย่างไรก็ตาม ราคาซื้อขายในตลาดข้าวสารหอมมะลิขณะนี้อยู่ที่15-16บาทต่อกิโลกรัม หรือตันละประมาณ 15,000-16,000 บาท ขณะที่ปีก่อนราคาอยู่ที่ตันละ18,000 บาทเช่นเดียวกับข้าวเปลือกหอมมะลิปีก่อนอยู่ที่ตันละ13,500 บาท ปัจจุบันอยู่ที่8,500-9,000 บาท ที่ความชื้น15% จะเห็นว่าราคาลดลงประมาณ 30-40% ขณะเดียวกันปีนี้ผลผลิตยังเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 10%

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่าราคาข้าวที่ลดลงเป็นเพราะโรงสีขายได้ราคาถูกลง

“ผมไม่เชื่อว่ากลุ่มโรงสีรวมตัวกดราคารับซื้อข้าวจากชาวนา ปัจจุบันโรงสีข้าวเชิงอุตสาหกรรมมีอยู่กว่า1,400 โรงกำลังการผลิตรวมกว่า90ล้านตัน แต่เรามีผลผลิตอยู่33-34ล้านตัน เท่ากับว่าโรงสีต่างก็ต้องหาซื้อข้าวเข้าแปรสภาพ ถ้าผู้ส่งออกรับซื้อราคาสูงโรงสีก็ต้องรับซื้อจากชาวนาสูงด้วย แต่วันนี้ราคารับซื้อลดลงจนกลายเป็นปัญหามากกว่า”

“สมาคมชาวนา”ขอช่วยข้าวหอมจังหวัด

ด้านนายระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมเครือข่ายชาวนาไทย กล่าวว่าจากการสอบถามชาวนาส่วนใหญ่มีความพึงพอใจมาตรการรัฐบาล โดยหลังจากนี้สมาคมฯ จะติดตามผลของมาตรการว่าจะสามารถพยุงราคาข้าวหอมมะลิให้ปรับตัวสูงขึ้นได้หรือไม่

นอกจากนี้สมาคมฯ ยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอรัฐบาลในการกำหนดมาตรฐานข้าวหอมจังหวัดที่มีคุณภาพให้สามารถปรับขึ้นเป็นข้าวหอมมะลิได้ เพราะจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้ชาวนาปลูกข้าวหอมจังหวัดที่มีคุณภาพเทียบเท่าข้าวหอมมะลิสามารถได้ราคารับซื้อที่สูงขึ้น

คาดผลดีต่อราคาข้าวขาว

นายระวี กล่าวว่าในส่วนของผลพวงราคาข้าวขาวที่จะได้รับอานิสงส์จากการออกโครงการจำนำยุ้งฉางเพื่อผลักดันราคาข้าวหอมมะลินั้น จากการประเมินเบื้องต้น สมาคมฯ มั่นใจว่าการพยุงราคาข้าวครั้งนี้จะทำให้เกิดผลบวกกับราคาข้าวขาวที่จะมีผลผลิตออกมาในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ด้วย

แต่หากราคาไม่ปรับขึ้นตามสมาคมฯ ก็เตรียมรวบรวมข้อมูลเพื่อเข้าหารือร่วมกับรัฐบาลอีกครั้งเพราะการพยุงราคาข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาก็ควรจะครอบคลุมในหลายภาคส่วน และตามสถานการณ์ปกตินั้นเมื่อราคาข้าวหอมมะลิปรับขึ้น ราคาข้าวขาว และข้าวประเภทอื่นๆ ก็จะต้องปรับขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาข้าวขาวเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 8 พันบาท หรือกิโลกรัมละ 8 บาท ซึ่งการปลูกผลผลิตแต่ละครั้งชาวนาจะใช้ต้นทุนประมาณ 5 พันบาทต่อไร่ หากสามารถปลูกผลผลิตได้ 800 กิโลกรัมก็จะได้รายได้เฉลี่ยราว 1.6 หมื่นบาทต่อไร่ ซึ่งนับเป็นวงเงินที่หักลบกับค่าใช้จ่ายแล้วก็สามารถเลี้ยงชีพได้ แต่หากราคาตลาดของข้าวขาวปรับลดลงมากกว่านี้ก็จะเป็นผลต่อการลงทุน