กังวลเลือกตั้งสหรัฐฯ
SET วานนี้ปรับตัวขึ้นตอบรับ PMI ภาคการผลิตและบริการของจีนเดือนต.ค.ขยายตัวขึ้นเหนือ 50 จุด ประกอบกับแรงซื้อกลุ่มถ่านหินหลังราคาถ่านหินพุ่งขึ้นทำ High ในรอบ 4 ปี หนุนให้ SET ปิดที่ 1,504.52 จุด (+8.8 จุด) Vol. 5.4 หมื่นลบ.โดย Foreign Net -1,478 ลบ. และ TFEX Net +6,055 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+/- BOJ คงอัตราดอกเบี้ยที่ -0.1% และเผยว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%
+ ครม.เห็นชอบรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง นครปฐม-หัวหิน, หัวหิน-ประจวบฯ, ลพบุรี-ปากน้ำโพ รวม 5.5 หมื่นลบ.
+ กกร.คงประมาณการ GDP ปี59 ไว้ที่ 3.3-3.5% ส่วนปี 60 ขยายตัว 4%
- ตลาดหุ้น DJ อ่อนตัวลง จากความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯหลัง FBI เตรียมรื้อคดีการใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมล์ส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน รวมถึงความกังวล FED จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
- 8 พ.ย. การเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ โพลล์ล่าสุดนางฮิลลารี คลินตัน มีคะแนนนำ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เพียงเล็กน้อย ที่ 46% ต่อ 45 %
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงล่าสุด 46.4 US/Barrel จากคาดการณ์ EIA จะรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นกว่า 1 ล้านบาร์เรลในวันนี้
- Foreign เป็น Net Sell 7 วันต่อเนื่องราว 8.5 พันลบ. และตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. เป็น Net Sell 1.9 หมื่นลบ.
** 1- 2 พ.ย. การประชุม FOMC (คาดคงดอกเบี้ย)
ภาวะตลาดหุ้นไทยถูกแรงกดดันจากความไม่แน่นอนผลการเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯหลังล่าสุดคะแนนเสียง 2 ผู้ท้าชิงค่อนข้างสูสี รวมถึง Fund Flow ต่างชาติที่เป็น Net Sell ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแรงหนุนจากปัจจัยภายในหลังครม.อนุมัติรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง รวมถึงแรงซื้อดักงบ Q3/59 น่าจะพยุงไม่ให้ดัชนีปรับตัวลงแรง ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,490 - 1,515 จุด
กลยุทธ์การลงทุน Selective Buy ในกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน
- หุ้นที่คาดว่างบ Q3/59 จะเติบโตขึ้น KCE CPALL ANAN BEAUTY GFPT FSMART TPCH WICE ACAP PTTGC BA THAI
- BANPU ราคาถ่านหินขึ้นทำ High ในรอบ 5 ปี ล่าสุด 114.7 US/Ton
- กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ครม.เห็นชอบรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง 5.5 หมื่นลบ.
หุ้นแนะนำพิเศษ
BANPU Preview 3Q59 แนะนำ ซื้อ เพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 21.75 บาท
- คาดกำไร Q3/59 ราว 3 ร้อยล้านบาท (+ 15%QoQ และ + 549%YoY) จากราคาถ่านหินในไตรมาส 3 ปรับตัวขึ้น 39% คาดธุรกิจโรงไฟฟ้าผลประกอบการทรงตัวทั้งโรงไฟฟ้า BLCP และโรงไฟฟ้าหงสา โดยโรงไฟฟ้าหงสายังใช้อัตรากำลังการผลิตที่ 60-70% เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเฟส 1 ยังมีการซ่อมแซม
- ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อผลประกอบการใน Q4/59 และผลประกอบการปี 60 เนื่องจากบริษัทกำลังจะตกลงราคาขายถ่านหินในปีหน้าซึ่งราคาปรับตัวขึ้น 40-50% จากปี 59 (ล่าสุดเหมืองถ่านหินในออสเตรเลียตกลงขายถ่านหินปี 60 ที่ราคา 94 $/Ton กับโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น) ขณะที่คาดว่าต้นทุนการผลิตจะปรับตัวขึ้นเพียง 15-20% จากการขุดถ่านหินในพื้นที่ลึกขึ้นทำให้อัตราส่วนดินต่อแร่ (stripping ratio) เพิ่มจาก 8:1 เป็น 10:1 (วันนี้มีบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม)
หุ้นมีข่าว
- HMPRO (ราคาปิด 10.20 บาท ซื้อ ราคาเหมาะสม 12.60 บาท) ในงานAnalyst Meeting ผู้บริหารยืนยันแผนเปิดสาขาใหม่ใน Q4 ตามเดิมได้แก่ โฮมโปร 2 สาขา-พระราม 9 และศรีนครินทร์ เมกาโฮม 1 สาขาที่จ.นครพนม และสาขาที่ 2 ในมาเลเซีย ทำให้ปลายปีจะมีโฮมโปรรวม 80 สาขา เมกาโฮม 11 สาขา มาเลเซีย 2 สาขา รวมทั้งจัดงาน "โฮมโปรเอ๊กซ์โป" ระหว่าง 18-27 พ.ย. อย่างไรก็ดียอดขายทั้งปีมีโอกาสหลุดเป้าจากบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยซบเซาจากสัญญาณใน Q3 ยอดขายสาขาเดิมไม่รวมสาขาใหม่ (same store growth) หดตัว 0.6% พลิกจากที่เป็นบวก 3% ใน Q1 และ 3.7% ใน Q2 จากผลกระทบของยอดขายในตจว.ที่ลดลง ด้านความสามารถในการทำกำไรมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากการควบคุมคชจ. การเพิ่มประสิทธิภาพงานส่งมอบสินค้า จำนวนสาขาเมกาโฮมที่เพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดคุ้มทุน (5-6 สาขาขึ้นไป) รวมทั้งต้นทุนการเงินที่ลดลงจาก refinance หุ้นกู้ บริษัทใช้กลยุทธ์ปลุกกระแสปรับปรุงบ้านเก่าจากการจัดรายการ "Home Makeover" ซีซั่นแรกและกำลังเตรียมเปิดซีซั่น 2 รวมทั้งเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ "โฮมลีฟวิ่ง” เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง
ความเห็น : คาดกำไร Q4 ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นจะสูงสุดรายไตรมาส โดยยังคงประมาณการกำไรปี 59-60 ตามเดิมที่ 3.8 พันล้านบาท เติบโต 10% สำหรับปี 60 คาดกำไรจะเติบโตราว 14% เป็น 4.4 พันล้านบาท
- SCB (ราคาปิด 143 บาท ซื้อ ราคาเหมาะสม 172 บาท) ในงาน Analyst Meeting ผู้บริหารเปิดเผยว่าสินเชื่อเติบโตดี 9M59 สินเชื่อโต 5.3%YoY จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อ SME ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังดี NPL เกิดใหม่ลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารมีนโยบายรักษาระดับสำรองหนี้สูญต่อ NPL (Coverage Ratio) ที่ 130% ในระยะยาวมีแผนลงทุนด้านเทคโนโลยีและฟินเทคเพื่อปรับปรุงบริการและช่วยสร้างความแข็งแกร่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจธนาคาร
ความเห็น : ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวของ SCB ยังดีจากการเป็นแบงก์ขนาดใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ฝ่ายวิจัยประมาณการกำไรสุทธิปี 59 ราว 4.6 หมื่นล้านบาทลดลง 3%YoY โดยคาดกำไร 4Q59 ราว 1.1 หมื่นล้านบาท -4%QoQ –7%YoY สำหรับประมาณการกำไรปี 60 ราว 4.94 หมื่นล้านบาทซึ่งพลิกเติบโต 7%YoY บนสมมติฐานสำรองหนี้สูญ 2.9 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 4%YoY แต่ใกล้เคียงกับปี 58 ที่มีการตั้งสำรองหนี้สูญลูกหนี้กลุ่ม SSI
- ประเด็นบวก TOP (ราคาปิด 72.25 แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 76) เดินหน้าโครงการ CFP หวังอัพเกรดกำลังผลิตและผลิตภัณฑ์รองรับตลาดส่งออกคาดเห็นการลงทุนชัดปี 2560 ฟากโบรกประเมินทิศทางผลงาน Q4/2559 ปรับตัวดีขึ้นตามค่าการกลั่น แถมได้แรงหนุนธุรกิจผลิตสาร LAB ผลักดันกำไรทั้งปีโตสวย แตะระดับ 1.4 หมื่นล้านบาท แนะ "ถือลงทุน" เล็งปรับโฟกัสผลงานอีกครั้งหลังประกาศงบไตรมาส 3/2559 ที่มาทันหุ้น
- IRPC ประกาศQ3วันนี้ฝ่ายวิจัยคาดมีกำไร 1.3พันล้าน แนะนำ “ซื้อ” เป้า 5.85 บาท
- ประเด็นบวก GTB (ราคาปิด 1.23 ราคาเหมาะสม 1.62) เซ็นสัญญารับผลิตบอยเลอร์โรงไฟฟ้าให้"พอสโก เอ็นจิเนียริ่ง"
- PTTGC ยกเลิกกิจการบ.ย่อย PTT Chemical International (Asia Pacific ROH) ตามแผนปรับโครงสร้างบริหาร
- RATCH เซ็นสัญญาเงินกู้โครงการพลังงานลม Mount Emerald วงเงิน 7.12 พันลบ.
- IFEC เผยบ.ย่อยลงนามความร่วมมือเบื้องต้นกับ Sifang ของจีน หวังปูทางพัฒนา Power Automation-Smart Grid ในไทย
- ILINK ลงนามสัญญาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควีกับกฟภ. มูลค่า 563.12 ลบ.
- DEMCO แจ้งว่าบริษัทได้ลงนามสัญญาก่อสร้างโครงข่ายระบบสายส่งแรงสูง 115 เควี กับบริษัท เทพารักษ์ วินด์ จำกัด และบริษัท เค อาร์ วัน จำกัด มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 404.28 ล้านบาท โดยได้ลงนามสัญญาจ้างดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนก.พ.61
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -105.32 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,037.10 จุด ร่วงลง 105.32 จุด หรือ -0.58% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,153.58 จุด ลดลง 35.55 จุด หรือ -0.69% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,111.72 จุด ลดลง 14.43 จุด หรือ -0.68% โดยตลาดปิดในแดนลบติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ หลังจากมีข่าวว่าสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) เตรียมรื้อคดีการใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมล์ส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้คะแนนนิยมของนางฮิลลารี และนายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรรีพับลิกัน สูสีกันอย่างมาก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากกระคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ตลาดน้ำมัน NYMEX -0.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 19 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 46.67 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากผลสำรวจของนักวิเคราะห์ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะพุ่งขึ้นกว่า 1 ล้านดอลลาร์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต





