วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินชาวนาใน5วัน

บอร์ดธ.ก.ส.อนุมัติทำโครงการช่วยชาวนาตามมติครม.วันนี้ คาดจ่ายเงินโครงการชะลอขายข้าวได้ภายใน5วัน ด้านสภาเกษตรกรพอใจราคาจำนำยุ้งฉางของรัฐบาล

คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)ที่มีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เรียกประชุมวันนี้ (2พ.ย.) เพื่ออนุมัติให้ธนาคารดำเนินมาตรการช่วยเหลือชาวนาตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผย ธนาคารจะเสนอบอร์ดดำเนินการช่วนเหลือชาวนาตามมติครม.วันนี้ หลังจากนั้นเข้ากระบวนการจำนำ รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพข้าวเพื่อให้ได้มาตรฐานก่อนนำข้าวไปเก็บที่ยุ้งฉางได้หลังจากเก็บแล้วจะมีกระบวนการสอบซึ่ง ธ.ก.ส.พร้อมจะจ่ายเงินถึงมือเกษตรกรภายใน5วันหลังจากนำข้าวเข้าสู่ยุ่งฉางแล้วโดยเป็นการจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมามีโครงการจำนำยุ้งฉาง ตั้งเป้า 2 ล้านตัน แต่มีข้าวเข้าร่วมโครงการเพียง 5 แสนตันเนื่องจากราคาข้าวในปีที่ผ่านมาไม่ได้ต่ำเหมือนปีนี้ แต่ในปีนี้ คาดว่าปริมาณข้าวเข้าร่วมโครงการน่าจะสูงเนื่องจากข้าวราคาต่ำกว่าปีที่ผ่านมามาก

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติและกรรมการธ.ก.ส. กล่าวว่า ระดับราคาจำนำยุ้งฉางที่เพิ่มขึ้นจาก 9,700 บาทต่อตัน ทำให้ชาวนาได้รับเงินเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 บาทต่อตันนั้น เป็นราคาที่ชาวนาพอใจ แต่มีความเป็นห่วงกรณีที่รัฐบาลให้ธ.ก.ส.รับผิดชอบความเสียหายจากการขายข้าวในยุ้งฉางเอง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่อ่อนไหวมาก เพราะถ้าราคาจำนำสูง ธ.ก.ส. ต้องรับความเสี่ยงมาก อาจจะทำให้เกิดปัญหาไม่เต็มใจในการดำเนินโครงการนี้ 

จึงอยากเสนอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งเสนอให้ใช้พื้นที่ยุ้งฉางของสหกรณ์ทั่วประเทศในการรับจำนำดังกล่าว เพื่อให้ปริมาณข้าวเข้าโครงการถึง 2ล้านตันตามเป้าหมายที่วางไว้ ตนในฐานะกรรมการ ธ.ก.ส.จะเสนอบอร์ดในเรื่องดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้เสนอ ให้ให้เร่งระบายข้าวในโกดังของรัฐบาลโดยให้นายกฯ เชิญผู้ส่งออก กระทรวงพาณิชย์มาหารือ เพื่อเปิดตลาดใหม่ เพราะถ้าใช้แบบว่าปกติการระบายข้าวทำได้น้อยมาก ถ้าไม่เร่งระบายข้าวในสต็อกออกมาจะมีแรงกดดันด้านจิตวิทยาต่อราคาข้าวเช่นกัน

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. และสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรองค์กรและสถาบันของเกษตรกรโดยเฉพาะการพักดันให้เกิดเอสเอ็มอีเกษตรใหม่ใน 3 พันตำบล ทำให้เกิดจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีระดับตำบล 4.5-6หมื่นราย ภายใน3 ปีข้างหน้า