"บีโอไอ" ปลดล็อกลงทุนคลัสเตอร์การบิน นอกพื้นที่ 14 จังหวัด เปิดโอกาสโรงงานที่อยู่ห่างพื้นที่สนามบินสามารถลงทุนได้โดยได้รับสิทธิประโยชน์
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมาว่าที่ประชุมบีโอไอเห็นชอบให้ปรับปรุงเงื่อนไขการส่งเสริมคลัสเตอร์อากาศยานใหม่ โดยไม่จำกัดพื้นที่ในการตั้งสถานประกอบการ จากเดิมที่กำหนดว่าต้องตั้งอยู่ใน 14 จังหวัดที่มีสนามบินหรือใกล้เคียงสนามบินเท่านั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมอากาศยานเป็นอุตสาหกรรมใหม่ การลงทุนเพื่อผลิตชิ้นส่วนหรือเครื่องมือเครื่องใช้ในอากาศยานยังมีจำนวนน้อยและยังไม่มีการกระจุกตัวในรูปแบบคลัสเตอร์ที่ชัดเจนเหมือนคลัสเตอร์ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่มีความจำเป็นต้องไปตั้งใกล้สนามบิน ก็สามารถส่งมอบชิ้นส่วนได้
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ฟื้นการส่งเสริมการลงทุนกับกิจการผลิตอาหารสัตว์ หรือส่วนผสมอาหารสัตว์อีกครั้ง หลังจากยกเลิกไปเมื่อปี 2558 โดยการได้รับสิทธิประโยชน์จะแบ่งเป็น 2 กรณี คือ หากเป็นกิจการที่มีเฉพาะขั้นตอนการผลิต จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี โดยได้รับแค่การยำเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรเท่านั้น แต่หากเป็นกิจการที่มีการลงทุนด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ด้วย จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา วิจัย และนวัตกรรม และผลิตอาหารสัตว์ ของภูมิภาคนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ฐานการผลิตสินค้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ขณะที่ยอดรวมส่งเสริมการลงทุน 9 เดือน ปี 2559 (ม.ค.-ก.ย.) มียอดคำขอบีโอไอรวมแล้ว 1,095 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 3.69 แสนล้านบาท จากเป้าหมายคำขอส่งเสริมการลงทุนทั้งปี 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ยังมีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะล่าสุดยอดลงทุนที่เกิดขึ้นจริงจากคำขอบีโอไอเมื่อปี 2557-2558 นั้นมีมากกว่า 3.42 แสนล้านบาท และเป็นการลงทุนจริงที่เพิ่มขึ้นทุกไตรมาส โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุมว่า โครงการลงทุนมีคำขอเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าต่างชาติยังเชื่อมั่น









