วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 31 ต.ค.-4 พ.ย.59

ราคาน้ำมันดิบเผชิญกับความผันผวน หลังผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคเสียงแตกเรื่องการลดกำลังการผลิต

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 47- 52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 48 - 53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (31 ต.ค. - 4 พ.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะผันผวนต่อเนื่อง เนื่องจากโอเปคอาจจะไม่ดำเนินแผนการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มลง หลังจากที่ไม่สามารถตกลงกันได้ในรายละเอียดของการลดกำลังการผลิตในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนั้นอิหร่านยังยืนยันที่จะขอส่วนแบ่งทางการผลิตกลับคืนมาในจำนวนที่เท่าเดิมก่อนที่จะถูกคว่ำบาตร รวมถึงปริมาณการผลิตจากไนจีเรียและลิเบียปรับเพิ่มขึ้นมามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมราคายังคงมีแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่คาดว่าจะปรับลดลง หลังโรงกลั่นเริ่มกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลง

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- จับตาท่าทีของกลุ่มโอเปคต่อประเด็นการปรับลดกำลังการผลิตว่าจะสามารถตกลงกันได้หรือไม่ หลังจากที่การประชุมในวันที่ 28 ต.ค. จบลงโดยที่ไม่สามารถหาข้อสรุปการลดกำลังการผลิตให้อยู่ในระหว่าง 32.5 ถึง 33 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ นอกจากนั้นอิหร่านไม่เห็นด้วยที่จะลดกำลังการผลิต รวมถึงอิรักออกมาเรียกร้องขอรับการยกเว้นในการปรับลดกำลังการผลิต เนื่องจากอิรักต้องการรายได้สำหรับการต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายของรัฐอิสลาม (ไอเอส) ประกอบกับ ไนจีเรียและลิเบียที่ปริมาณการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความขัดแย้งในประเทศที่คลี่คลายลงส่งผลให้ผู้ผลิตสามารถกลับมาดำเนินการผลิตและส่งออกได้ตามปกติ ทั้งนี้แผนการประชุมเรื่องการจำกัดการผลิตของโอเปคจะมีเป็นทางการในวันที่ 25 พ.ย. นี้ ก่อนที่จะมีการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 30 พย. ในการสรุปกำลังการผลิตรายประเทศ

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นน้ำมันดิบเริ่มกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบโดยเฉพาะจากแคนาดามีแนวโน้มปรับลดลง หลังมีการปิดซ่อมท่อขนส่งน้ำมันดิบ Seaway โดยในสัปดาห์ล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 21 ต.ค. ปรับตัวลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องกว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน

- จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 1- 2 พ.ย. นี้ ว่าเฟดจะมีการส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วนี้หรือไม่ โดยตลาดคาดว่าในการประชุมครั้งนี้เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม เนื่องจากยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย. ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งถัดไป ในเดือน ธ.ค. ตลาดคาดว่ามีโอกาสถึงร้อยละ 76 ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรก ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ

- ปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้นแตะระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มปริมาณการขุดเจาะอย่างช้าๆ โดยจากรายงานของ Baker Hughes พบว่าผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ มีการลดจำนวนแท่นขุดเจาะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิย.ที่ผ่านมา โดยรวมลดลง 2 แท่น ส่งผลให้ปริมาณการขุดเจาะล่าสุด (สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ต.ค.) ปรับตัวลดลงมาสู่ระดับ 442 แท่น

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตและบริการยูโรโซน ดัชนีการผลิตและบริการสหรัฐ และ GDP ไตรมาส 3/2016 สหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-28 ต.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 2.15 ดอลลาร์ ปิดที่ 48.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 2.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 49.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปคเรื่องมาตรการลดกำลังการผลิตในวันที่ 30 พ.ย. ว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ หลังอิรักต้องการที่จะรับการยกเว้นจากแผนการปรับลดการผลิตกลุ่มโอเปค นอกจากนี้ราคายังถูกกดดันจากอุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังแหล่งผลิต Buzzard มีแผนจะกลับมาผลิตอีกครั้งในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด วันที่ 21 ต.ค. ที่ปรับเพิ่มขึ้น 0.5 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 468.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงเช่นกัน

                                                         -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999