วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ซื้อ

คาดกำไรไตรมาส 3/59 อ่อนตัว แต่ช่วงไฮซีซั่นจะหนุนกำไรไตรมาส 4/59 เติบโต QoQ

ประเด็นหลักการลงทุน

ในมุมมองของเรา เราคิดว่ามูลค่าหุ้น BCP ที่ปรับตัวช้ากว่ากลุ่มได้สะท้อนแนวโน้มผลการดำเนินงานหลักไตรมาส 3/59 ที่คาดว่าจะอ่อนตัวลงแล้ว อย่างไรก็ตามช่วงไฮซีซั่นของค่าการกลั่นตลาดและธุรกิจค้าปลีกน้ำมันน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้กำไรหลักไตรมาส 4/59 ของบริษัทให้ปรับตัวดีขึ้นและน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะต่อไป ทั้งนี้มูลค่าหุ้น BCP ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น, ค้าปลีกน้ำมันและกลุ่มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ปรับตัวขึ้นแรงในปีนี้ ซึ่งเรามองว่าถึงเวลาที่ตลาดจะหันมาเฟ้นหาหุ้นที่ราคายังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยราคาหุ้น BCP ปัจจุบันซื้อขายกันที่ PER ณ สิ้นปี 2560 ที่ 9.7 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงกลั่นที่ 10 เท่า, ค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกน้ำมันอยู่ที่ 20 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ที่ 18 เท่า ซึ่งเราคาดว่ามูลค่าหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาสอดคล้องกับกลุ่มได้

คาดกำไรหลักไตรมาส 3/59 ดูอ่อนตัวทั้ง YoY และ QoQ แต่...

เราคาดว่า BCP จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% YoY แต่ลดลง 65% QoQ โดยปัจจัยหลักที่หนุนปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ YoY มาจากการบันทึกขาดทุนของสต็อกน้ำมันที่ลดลง ในขณะที่คาดว่าการบันทึกขาดทุนของสต็อกน้ำมันเทียบกับการบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันในไตรมาส 2/59 เป็นสาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิหดตัวลง QoQ หากไม่นับรวมการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 160 ล้านบาทและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 88 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ที่ 909ล้านบาท ลดลง 58% YoY และ 28% QoQ โดยปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการหดตัวของกำไรหลักได้แก่ 1) ค่าการกลั่นตลาดที่อ่อนตัวลง ( YoY และ QoQ), 2) ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดและค่าการตลาดค้าปลีกที่ลดลง QoQ (เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น) และ 3) กำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ปรับตัวลดลง YoY (ดูรูป 1 และ 2 ) ทั้งนี้คาดว่าธุรกิจ E&P จะยังคงรายงานผลขาดทุนที่ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/59

.....เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของค่าการกลั่นตลาดและธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

เนื่องจากเรากำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวของประเทศซีกโลกเหนือ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนที่ดีสำหรับอุปสงค์ต่อน้ำมันชนิดกลางและการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลซึ่งอย่างน้อยน่าจะขึ้นมาอยู่ที่ 13-14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในสองสามเดือนข้างหน้าเทียบกับ 11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/59 นอกจากนี้อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่น teapot ในประเทศจีนใกล้แตะจุดสูงสุดและกำลังการผลิตเพิ่มเติมที่ลดน้อยลงในอนาคตอันใกล้น่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อค่าการกลั่นตลาดในไตรมาส 4/59 นอกจากนี้โดยปกติแล้วไตรมาส 4 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน – โดยอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมภายในประเทศจะปรับตัวสูงขึ้น QoQ ในไตรมาส 4 หลังจากปรับตัวลดลงในช่วงฤดูฝนในไตรมาส3 จากการศึกษาของเราบ่งชี้ได้ว่าปริมาณการขายผ่านช่องทางค้าปลีกของ BCP เพิ่มขึ้น 8 % QoQ โดยเฉลี่ยในไตรมาส 4 อีกทั้งค่าการตลาดค้าปลีกจะปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ เป็นส่วนใหญ่ในช่วงเวลาเดียวกัน

...คาดไตรมาส 4/59 กำไรหลักขยายตัวQoQ

จากที่ได้กล่าวดังข้างต้นเกี่ยวกับการคาดการณ์ถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล การคาดการณ์ของเราบ่งชี้ว่าค่าการกลั่นตลาดในไตรมาส 4/59 ของ BCP จะปรับตัวสูงขึ้น 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล QoQ นอกจากนั้นคาดว่าผลประกอบการของธุรกิจน้ำมันค้าปลีกจะปรับตัวดีขึ้น QoQ อีกด้วย ดังนั้นกำไรหลักไตรมาส 4/59 ของบริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้น QoQ สำหรับ YoY กำไรหลักไตรมาส 4/59 คาดว่าจะอ่อนตัวลง เนื่องจากค่าการกลั่นตลาดอ่อนตัวลงและรายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ปรับตัวลดลง (เนื่องจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น)