เลือกเก็งกำไรรายตัวแบบมีจุดตัดขาดทุนในหุ้นที่ยังฟื้นตัวตามหลังดัชนี (laggard)
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : มีโอกาสฟื้นตัวสลับ จับตาตัวเลข GDP สหรัฐฯ ศุกร์นี้
เราคาดดัชนี SET Index มีโอกาสฟื้นตัวระหว่างวัน และเคลื่อนไหวในกรอบ 1480-1500 จุด บรรยากาศการซื้อขายยังเป็นการเลือกตัวลงทุน เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการ ขณะที่รอติดตามตัวเลข GDP ไตรมาส 3/59 ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศวันศุกร์นี้ ซึ่งตลาดคาดที่ 2.5% YoY อย่างไรก็ตาม หากตัวเลข GDP ที่จะประกาศสูงถึงระดับ 3.0% อาจกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมวันที่ 2 พ.ย. (ทราบผลที่ไทยเช้า 3 พ.ย.)
ปัจจัยภายในที่สำคัญ การส่งออกเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น หลังกระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออก ก.ย.เพิ่มขึ้น 3.4% (ดีกว่าตลาดคาดที่ -1.3%) และเพิ่มขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน โดยหากไม่รวมการส่งออกทองคำเพิ่มขึ้น 3.8% โดยปัจจัยหนุนมาจากการฟื้นทั้งสินค้าอุตสาหกรรมที่เติบโต 4.7% และสินค้าเกษตรที่เติบโต 8.3% แต่ประเด็นสำคัญคือตัวเลขส่งออกที่เติบโตขึ้น 5.6%
หุ้นยุโรปปรับตัวลดลงจากทั้งแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานและผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่บางแห่ง ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน โดยแนสแด็คลดลงตามผลประกอบการของ Apple ขณะที่ดาวโจนส์ปิดบวกจากการรายงานผลประกอบการของโบอิ้ง และตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี ทั้ง ยอดขายบ้านใหมก.ย.ที่เพิ่มขึ้น 3.1% ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี ขณะที่ดัชนี PMI ต.ค.อยู่ที่ 54.8% (จากก.ย.ที่ 52.3) ขยายตัวมากที่สุดตั้งแต่ พ.ย.58
แนวรับ/แนวต้าน : 1480-1485/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
คำแนะนำทางกลยุทธ์ : เลือกเก็งกำไรรายตัวแบบมีจุดตัดขาดทุนในหุ้นที่ยังฟื้นตัวตามหลังดัชนี (laggard) หุ้นสาธารณูปโภคขนาดเล็ก หุ้นกลุ่มเช่าซื้อจักรยานยนต์ และทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น กลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการและอาจรวมถึงคำแนะนำหลังรายงานผลประกอบการไตรมาสนี้ // หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ BLA*, JWD*, PSTC*
ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์
หุ้น SET100 ที่ laggard (เทียบ 6 ต.ค.): KBANK (-11.34%), JWD* (-9.00%), IFEC* (-5.59%), TU (-5.02%), BCP (-3.82%)
หุ้นสาธารณูปโภคขนาดเล็ก: PSTC*, TSE*, CWT*
หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*
หุ้นเช่าซื้อจักรยานยนต์: TK*, S11* และ GL*
(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UONKH // หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณากำหนดจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)
หุ้นแนะนำทางพื้นฐาน
KBANK (210) : รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 +15% qoq, 7.3% yoy ซึ่งถือว่าแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามราคาหุ้นทรุดลงหลังผู้เบริหารปรับคาดการณ์ผลการดำเนินงานในปี 2560 ทำให้หุ้น laggard ที่สุดใน SET100 ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 2016 ที่ 10.3x ใกล้เคียงกลุ่มซึ่งเราประเมินว่าน่าจะทำให้เกิดแรงซื้อกลับจากระดับปัจจุบันได้
CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ และ 4) เพิ่งประกาศเช้าซื้อกิจการเพิ่มเติมที่จีน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ไทยติดอันดับ 46 จาก 190 ประเทศ มีความสะดวกในการทำธุรกิจมากที่สุด เวิลด์แบงก์แนะเร่งปฏิรูป ด้าน “สมคิด” พอใจเตรียมถกสัปดาห์หน้าแก้จุดอ่อน มั่นใจอันดับด้านการลงทุนขยับตาม ตั้งเป้าปีหน้าอันดับไทยเกาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นักวิเคราะห์ชี้ช่วยเพิ่มความสนใจการลงทุน (กรุงเทพธุรกิจ)
+ ส่งออกเดือน ก.ย.ทำได้มูลค่า 1.94 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังสินค้าเกษตรดี คลังเตรียมขยับจีดีพีปี 59 ใหม่ ขณะที่หนี้ประเทศ เดือน ส.ค. ลดลง 1.03 หมื่นล้านบาท (ไทยโพสต์)
- เอสซีจีรับยอดขายปีนี้หดตัว 3-5% ตามความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศ คาดลดลง 2-3% จากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ขณะที่ไตรมาส 3 กวาดกำไร 1.4 หมื่นล้าน อานิสงส์ธุรกิจเคมีภัณฑ์ดันงวด 9 เดือนกำไรโต 28% แจงงบลงทุนปีหน้าเกิน 6 หมื่นล้าน เน้นซื้อกิจการร่วมทุน (กรุงเทพธุรกิจ)
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นโบอิ้ง ขณะที่การร่วงลงของหุ้นแอปเปิลถ่วงดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดลดลง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 30.06 จุดหรือ 0.17% สู่ 18,199.33, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 3.73 จุดหรือ 0.17% สู่ 2,139.43 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 33.13 จุดหรือ 0.63% สู่ 5,250.27 (รอยเตอร์)
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1.6 % ในวันพุธ ถึงแม้สหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลงอย่างพลิกความคาดหมาย ในขณะที่เทรดเดอร์ยังคงไม่แน่ใจว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะสามารถปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงได้จริงในช่วงปลายเดือน พ.ย.หรือไม่ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค.ดิ่งลง 78 เซนต์ หรือ 1.6 % มาปิดตลาดที่ 49.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.87-50.10 ดอลลาร์ โดยจุดต่ำสุดของวันพุธถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. (รอยเตอร์)
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดตลาดร่วงลงในวันพุธ หลังจากดัชนีดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ในระหว่างวัน โดยหุ้นวิทเบรดซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงแรมรูดลง โดยได้รับแรงกดดันจากความเห็นในทางลบของโบรกเกอร์ ทางด้านหุ้นแอนโทฟากัสตาถ่วงหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ให้ดิ่งลง หลังจากแอนโทฟากัสตาเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 59.55 จุด หรือ 0.85 % สู่ 6,958.09 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,917.77-7,017.64 โดยจุดต่ำสุดของวันพุธถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนีพุ่งขึ้นมาแล้วราว 11 % จากช่วงต้นปีนี้ (รอยเตอร์)
+ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ ขณะที่การอ่อนค่าของเยนหนุนความเชื่อมั่นในตลาด ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 26.59 จุดหรือ 0.15% สู่ระดับ 17,391.84 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. (รอยเตอร์)









