ถอยออกมารอพัฒนาการฟื้นตัว...
ประเด็นการลงทุน
ก่อนหน้านี้เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวอีกครั้งในไตรมาส 3/59 อย่างไรก็ตามมันอาจใช้เวลานานกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ เนื่องจากการผลิตที่ล่าช้าอย่างต่อเนื่อง, ปัญหากำลังการผลิตสำหรับลูกค้าใหม่และความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องจักรจะกดดันกำไรของ SVI ต่อในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ทำให้เรามีการปรับลดประมาณการกำไรและปรับลดราคาเป้าหมายลง 15% มาอยู่ที่ 5.10 บาท เรามองว่ากำไรจะยังคงอ่อนตัวไปอีก 6 เดือนก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า
ราคาหุ้น SVI คาดจะยังคงมีแนวโน้มที่ไม่ดีนักในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เราแนะนำให้นักลงทุนรอดูสัญญาณการฟื้นตัวของกำไรและภาพรวมที่ดีขึ้นของปัญหาการผลิต รวมถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการของ SVI ในยุโรป (Seidel) เราปรับลดคำแนะนำลงจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ”
กำไรสทุธิไตรมาส 3/59 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเงินเคลมประกัน
เราคาดอัตรากำลังการผลิตของ SVI ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 70-75% ใน ไตรมาส 3/59 เมื่อเทียบกับ 65-70% ในไตรมาส 2/59 แม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นแต่อัตรากำลังการผลิตปรับตัวดีขึ้นเพียงเล็กน้อยจากไตรมาส 2/59 โดยได้รับปัจจัยกดดันจากวันหยุดยาวของลูกค้ายุโรป (ลูกค้าเข้ามาตรวจสอบการผลิตสำหรับสินค้าใหม่ไม่ได้) และความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องจักรสำหรับสินค้าใหม่ของลูกค้าเดิม เราคาดรายได้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 28% YoY และ 3% QoQ จากการรวมรายได้ของ Seidel เข้ามาในปีนี้ เราคาดรายได้จากผลการดำเนินงานของ SVI ในประเทศไทยจะอยู่ที่ 65 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ และผลการดำเนินงานของ SVI ในยุโรป (Seidel) ประเมินรายได้ไว้ที่ 22 ล้านเหรียญสหรัฐทรงตัวจากไตรมาส 2/59 เราคาดอัตรากำไรขึ้นต้นที่ 8.3% ในไตรมาส3/59 เมื่อเทียบกับ 14.1% ในไตรมาส3/58 และ 8.4% ในไตรมาส2/59 เนื่องจากผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าราว 1.5% QoQ
ช่วงไฮซีซั่นที่เติบโตได้เพียงเล็กน้อย
ไตรมาสที่ 3 ของปีมักเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับคำสั่งซื้อสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ แต่ปัจจัยลบที่กล่าวไปข้างต้นได้ฉุดผลกระทบเชิงบวกของช่วงไฮซีซั่นลงไป เราประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส3/59ของ SVI ที่ 852 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 488% YoYและ 48% QoQ ซึ่งบริษัทมีแนวโน้มบันทึกเงินเคลมประกันที่เหลืออีก 500-800 ล้านบาทในไตรมาส3/59 ทั้งหมด (ยอดรวม 1-1.3 พันล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินเคลมประกันจากเหตุการณ์ไฟไหม้ กำไรหลักจะอยู่ที่ 140 ล้านบาท ลดลง 51% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3% QoQ
อุโมงค์ที่ยาวขึ้นก่อนจะเห็นแสงสว่าง
ปัญหาคอขวดได้รับการแก้ไขแล้วในช่วงปลายไตรมาส2/59 แต่ปัญหาใหม่คือการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับการผลิตให้กับลูกค้า และขึ้นการผลิตได้ล่าช้าสำหรับลูกค้าใหม่และการผลิตสินค้าใหม่ให้กับลูกค้าเดิม ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการรายได้ปี 2559 ลง 8% และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นมาอยู่ที่ 8.3% (จากก่อนหน้านี้ที่ 10.6%) เพื่อสะท้อนปัญหาดังกล่าว รวมถึงปรับลดกำไรหลักลง 34% มาอยู่ที่ 499 ล้านบาทในปี 2559 และ ปรับลดกำไรหลักปี 2560 ลง 18% มาอยู่ที่ 752 ล้านบาท อีกทั้งยังปรับลดราคาเป้าหมายลง 15% มาอยู่ที่ 5.10 บาท







