เลือกเก็งกำไรรายตัวในหุ้นที่ยังฟื้นตัวตามหลังดัชนี
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : เลือกเก็งกำไรรายตัว หลังการปรับขึ้นอาจเริ่มจำกัด
คาดบรรยากาศการลงทุนโดยรวม ยังเป็นบวกผลักดันโดยผลประกอบการไตรมาส 3/59 ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มหลักอย่าง ธนาคาร และพลังงาน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของ SET Index อาจเริ่มจำกัด เนื่องจาก 1) หุ้นใน SET100 ราวครึ่งหนึ่งฟื้นตัวขึ้นจนมีผลตอบแทนเป็นบวกเมื่อเทียบกับก่อนที่หุ้นจะปรับลดลงแรง (6 ต.ค.) 2) การฟื้นตัวระลอกนี้ผลักดันโดยหุ้นหลักไม่กี่ตัว ได้แก่ BJC (17.67 จุด), PTT (15.82 จุด), PTTEP (14.30 จุด), BANPU (12.40 จุด), SUPER (8.79 จุด), THAI (8.46 จุด), ESSO (8.44 จุด) ขณะที่หุ้นที่ถ่วงดัชนีมากที่สุด 5 ลำดับ (6-21 ต.ค.59) ได้แก่ KBANK, SCC, ADVANC, SCB, AOT, BDMS และ CPF ดังนั้น จะเห็นว่าการปรับขึ้นต่อของดัชนีพึ่งพิงการปรับขึ้นของราคาพลังงานและการฟื้นตัวของหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เป็นหลัก และ 3) ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่จะประชุมวันที่ 3 พ.ย. และ 15 ธ.ค.นี้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้เกิดทั้งแรงซื้อและขายปรับพอร์ต รับปัจจัยดังกล่าว
ปัจจัยภายนอก ในระยะสั้นคาดไม่กระทบต่อบรรยากาศการซื้อขาย หุ้นยุโรปโดยรวมปิดบวกผลักดันด้วยหุ้นในกลุ่มธนาคาร ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก หลังตัวเลข PMI ต.ค.แตะ 53.2 ซึ่งสูงกว่าคาดที่ 51.2 และเพิ่มขึ้นจากก.ย.ที่ 51.5 และจากปัจจัยเฉพาะตัว (M&A) สำหรับปัจจัยภายในที่สำคัญ เราคาดการประกาศยอดขายรถยนต์เดือน ก.ย.ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ มีโอกาสเป็นบวกทางจิตวิทยาต่อหุ้นเช่าซื้อจักรยานยนต์ อาทิ TK*, S11* และ GL*
แนวรับ/แนวต้าน : 1490-1495, 1480/1505-1510 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
คำแนะนำทางกลยุทธ์ : เลือกเก็งกำไรรายตัวในหุ้นที่ยังฟื้นตัวตามหลังดัชนี (laggard) หุ้นสาธารณูปโภคขนาดเล็ก หุ้นกลุ่มเช่าซื้อจักรยานยนต์ หุ้นพลังงาน และทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น กลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิง
ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์
หุ้น SET100 ที่ laggard (เทียบ 6 ต.ค.): IFEC* (-11.62%), KBANK (-8.55%), TU (-4.11%), CPF (-3.82%)
หุ้นสาธารณูปโภคขนาดเล็ก: PSTC*, TSE*
หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*
(* หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณากำหนดจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)
หุ้นแนะนำทางพื้นฐาน
CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ
PTTEP (101) : แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ราวๆ 4.5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy และดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ตอนแรกที่ 3.9-4.0 พันล้านบาท นอกจากนี้กำไรยังผลกระทบจากปัจจัยในประเทศน้อย รวมทั้งยังได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ภาคธุรกิจมั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง เชื่อรัฐบาลดูแลสถานการณ์ได้ยังคงเดินหน้าลงทุนตามแผน “ประสาร” ชี้ปัจจัยเสี่ยงปีหน้ามาจากปัจจัยภายนอก แต่มั่นใจเศรษฐกิจไทยภูมิคุ้มกันดีไม่เกิดวิกฤติ ทางด้านพาณิชย์รับลูก “สมคิด” เดินหน้าทำพันธมิตรทางการค้า เน้นตลาดศักยภาพ ทั้งจีน-อินเดีย-ซีแอลเอ็มวี ประเดิมเวียดนามเร็วๆ นี้ ยันไม่เลิกเอฟทีเอแน่นอน (กรุงเทพธุรกิจ)
+ กระทรวงอุตสาหกรรมปรับโฉมสถาบันไทย-เยอรมัน เป็นเจ้าภาพผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ หนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย เล็งเสนอรัฐลดหย่อนภาษี 3 เท่า เพิ่มกำลังซื้อ (กรุงเทพธุรกิจ)
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อย่างใกล้ชิด โดยจับตาดูตัวเลขในเดือน ต.ค.มากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเดือนที่ประชาชนอยู่ในภาวะโศกเศร้า และอยู่ในช่วงแห่งความอาลัย ทำให้การบริโภคในประเทศอาจลดลงในบางกลุ่ม เช่น กลุ่มภาคบริการ กลุ่มร้านอาหารที่มีดนตรี และขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจกระทบในกลุ่มภาคการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลงได้ หวั่นท่องเที่ยว-บริโภคซึม (โพสต์ทูเดย์)
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนี S&P 500 แตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 77.32 จุดหรือ 0.43% สู่ 18,223.03, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 10.17 จุดหรือ 0.47% สู่ 2,151.33 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 52.4/ จุดหรือ 1% สู่ 5,309.83 (รอยเตอร์)
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันจันทร์ และร่วงผ่านระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลลงไปเป็นเวลาสั้นๆ โดยได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า จะมีการเปิดการผลิตน้ำมันในแหล่งน้ำมันบัซซาร์ดของอังกฤษอีกครั้งในเร็วๆนี้ และข่าวที่ว่าอิรักต้องการที่จะได้รับการยกเว้นจากมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ร่วงลง 33เซนต์ หรือ 0.7 % มาปิดตลาดที่ 50.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (รอยเตอร์)
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันจันทร์ หลังจากหุ้นกลุ่มพลังงานได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน และหุ้นกลุ่มเหมืองทองร่วงลงตามราคาโลหะมีค่า ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง34.07 จุด หรือ 0.49 % สู่ 6,986.40 (รอยเตอร์)









