แบงก์กรุงเทพตั้งเป้าปี60 สินเชื่อเวียดนามโต15-20% แม้ปีนี้อาจต่ำเป้า15% หลังเจอการแข่งขันราคาจากแบงก์ท้องถิ่นที่ได้แรงหนุนจากรัฐบาลให้โต 18%
หวังล้างเอ็นพีแอล ขณะที่จำกัดการเติบโตแบงก์ต่างชาติห้ามเกิน 15% ขณะที่นักลงทุนชะลอลงทุนในโฮจิมินท์ จากกฏหมายที่ดินฉบับใหม่ แนะธุรกิจพลังงานน่าสนใจ
นายธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการทั่วไป สาขาประเทศเวียดนาม ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยถึงการขยายสินเชื่อในปีนี้โดยยอมรับว่าสินเชื่อในเวียดนามปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15% โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของสินเชื่อในโฮจิมินห์ที่น่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกฎหมายการซื้อที่ดินอาคารฉบับใหม่ที่ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน ส่วนที่ฮานอยยังเติบโตได้ดีตามคาดที่ระดับ 15% ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารกรุงเทพได้เพิ่มเงินทุนเข้ามาทำให้ความสามารถในการขยายสินเชื่อ(Single Lending Limit) เพิ่มขึ้น โดยในขณะนี้มีโครงการใหม่กว่า 40 โครงการที่รออยู่ในแผน ทั้งสินเชื่อโครงการหรือดีลการซื้อกิจการ
อย่างไรก็ตามธุรกิจการเงินในเวียดนามยังมีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยปัจจุบันเวียดนามมีธนาคารท้องถิ่น 40 แห่ง ธนาคารต่างชาติ 55แห่ง ซึ่งการแข่งขันจะมาจากธนาคารท้องถิ่น และธนาคารไทยที่เข้าไปทำธุรกิจ โดยเฉพาะการแข่งขันด้วยราคา เพื่อดึงลูกค้าธนาคารที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจแบบระมัดระวัง จึงมีแต่ลูกค้าที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ธนาคารท้องถิ่นยังได้รับนโยบายจากภาครัฐให้เร่งขยายสินเชื่อให้เติบโต 18% โดยหวังว่าสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้สัดส่วนหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมปรับลดลงมาด้วย ขณะเดียวกันทางการได้จำกัดการเติบโตของธนาคารต่างชาติไว้ให้เติบโตในระดับไม่กิน 15%
"การแข่งขันยังคงรุนแรงโดยเฉพาะธนาคารท้องถิ่นที่ใช้กลุยทุธ์ราคาหนักมาก เพราะรัฐบาลอยากให้แบงก์ท้องถิ่นขยายสินเชื่อให้มากที่สุด เพื่อกดเอ็นพีแอลลงมา ประกอบกับต้นทุนการเงินที่อยู่ในระดับต่ำกว่า ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่ามีลูกค้าของธนาคารแบ่งวงเงินไปใช้สินเชื่อกับธนาคารท้องถิ่นที่ถูกกว่า จากก่อนหน้านี้ที่ธนาคารท้องถิ่นจะเน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค แต่ตอนนี้ก็เริ่มหาธุรกิจหลัก ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับแบงก์ต่างชาติมากขึ้น ทำให้ธนาคารกรุงเทพถูกแย่งลูกค้าไปบ้าง”
สำหรับแผนการขยายสินเชื่อของสาขาเวียดนามในปี 2560 นั้น ธนาคารตั้งเป้าว่าจะมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ระดับ 15-20% ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวเลขที่น่าจะทำได้เพราะมีโครงการที่ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วรอการเบิกใช้ ซึ่งคาดว่าจะเห็นการทยอยเบิกใช้วเงินในปีหน้า ประกอบกับ เวียดนามยังเนื้อหอมดึงดูดนักลงทุนเข้ามา จึงเชื่อว่าจะช่วยผลักดันสินเชื่อในปีหน้าให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ตามแม้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) อาจจะต้องชะลอออกไป แต่เชื่อว่าประเทศเวียดนามยังมีความน่าลงทุน เพราะมีปัจจัยสนับสนุน 6 ด้านที่เหมาะสมที่จะเข้าไปลงทุน คือ ค่าแรงและวัตถุดิบถูก รัฐบาลมีความมั่นคง เศรษฐกิจยังเติบโต ประชากรยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว โครงสร้างพื้นฐานที่ดีและมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)อีกหลายประเทศด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีนักลงทุนจากหลายประเทศเข้าไปแสวงหาโอกาสในเวียดนามขณะที่บริษัทไทยกลายเป็นนักลงทุนอันดับ10 ของเวียดนาม ซึ่งโอกาสที่มีอยู่มากในประเทศเวียดนามทำให้นักลงทุนออกไปแสวงหาโอกาสในต่างประเทศไม่มากนัก
เขายังมองอีกว่า ธุรกิจที่ยังมีโอกาสอีกมากในเวียดนามคือธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน เนื่องจากเศรษฐกิจเวียดนามกำลังเติบโตในระดับสูง โดยจีดีพีโต 2เท่า จะเห็นได้ว่ารายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มมาอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ แล้ว ซึ่งการเติบโตที่รวดเร็วทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการที่ประชาชนในประเทศมีระดับการศึกษาที่ดีขึ้นทำให้เริ่มมีการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือโครงการที่ก่อมลพิษ จึงถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจพลังงานชีวมวล แต่ยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงและอาจไม่คุ้มที่จะลงทุน โดยในขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เข้าไปลงทุนแล้ว จากเดิมที่การลงทุนด้านพลังงงานของเวียดนามจะเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติเวียดนามเป็นหลัก









