"สศค."เตรียมเสนอ”อภิศักดิ์” ผลักดันแผนจัดตั้งเมืองการค้าปลอดอากร "สรรพสามิต-ศุลกากร" พร้อมใจร่วมยกเว้นภาษี ขณะ"สรรพากร"ค้านแนวคิดยกเว้นภาษี
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินโครงการเมืองการค้าปลอดอากรตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมา สศค.ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต เพื่อขอความคิดเห็นแนวทางลดอัตราภาษีเพื่อส่งเสริมเมืองการค้าปลอดอากรดังกล่าว
ผลการหารือนั้น กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร พร้อมปรับลดภาษี เหลือแต่กรมสรรพากรที่ยังมีความเห็นที่แตกต่าง ซึ่ง สศค. จะทำเรื่องเสนอไปยังระดับนโยบายส่วนใดพร้อม และส่วนใดที่ยังไม่พร้อม เพื่อให้โครงการนี้สามารถเดินหน้าไปก่อน โดยอยู่ระหว่างการเขียนรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
“สรรพสามิตและศุลกากร ยอมยกเว้นอัตราภาษีให้ ส่วนสรรพากร ยังมีความเห็นต่างเรื่องลดภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม เราเห็นว่า ถ้าสรุปโดยยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่ลด จะเดินหน้าได้หรือไม่ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าระดับนโยบายต้องการอะไรที่มากกว่า ก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย”
ส่วนแนวทางป้องกันการเข้าไปซื้อสินค้าเพื่อออกมาจำหน่าย หรือกองทัพมดนั้น ขณะที่ได้วางแนวทางป้องกันไว้แล้ว อาทิ กำหนดให้ใช้บัตรประชาชนเข้ามาแสดงในการซื้อแต่ละครั้ง และกำหนดระยะเวลาการซื้อ ซึ่งต่อครั้งต่อ 1 เดือน หรือต่อ 3 เดือน เป็นต้น
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการเมืองการค้าปลอดอากรนี้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและโอทอป ประเด็นที่น่ากังวล ของโครงการนี้ คือ ปัญหากองทัพมด ที่เวียนเทียนเข้าไปซื้อสินค้าในเขตดังกล่าว แล้วนำมาจำหน่ายภายในประเทศ แม้จะมีกฎระเบียบการจำกัดจำนวนการซื้อต่อราย แต่ในทางปฏิบัติ หากต้นทุนของสินค้าในเขตดังกล่าวที่มีราคาถูก เพราะได้รับยกเว้นภาษีจากรัฐ อาจเป็นตัวดึงดูดให้คนที่ต้องการหาประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภายใน เช่น ชาวบ้านที่เคยกินเหล้าขาว ที่มีราคาถูก หากราคาสุราต่างประเทศ ที่ซื้อได้ในเมืองการค้าปลอดอากรที่มีราคาถูกกว่า หรือมีราคาใกล้เคียงกัน ชาวบ้านอาจหันมาบริโภคสุราต่างประเทศแทน รวมถึงสินค้าประเภทต่างๆ ที่มีราคาถูกกว่า อาจกระทบต่อผู้ผลิตในระดับชาวบ้าน ในโครงการโอทอปได้
“โครงการเมืองการค้าปลอดอากร อาจทำให้ธุรกิจตามชายแดนคึกคักมากขึ้น แต่ผลประโยชน์หรือกำไรที่เกิดจากการค้าในเขตดังกล่าว ก็ไม่ได้อยู่ในไทย แต่ไปตกอยู่ในต่างประเทศ ขณะที่การจัดตั้งเมืองการค้าปลอดอากรส่วนใหญ่เกิดขึ้นตามชายแดนของประเทศที่ยังไม่พัฒนา ซึ่งสินค้าที่นำมาวางจำหน่าย เป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าที่เป็นแบรนด์เนมไม่ว่าจะเป็นสุราต่างประเทศเครื่องสำอาง และบุหรี่”









