‘โกลเบล็ก’คัด 10 หุ้นเด่นน่าลงทุนกำไรไตรมาส 3 โต ช่วยพยุงดัชนีแกว่งตัวในระดับ 1,460-1,490 จุด
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย ได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกจะได้ข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.
รวมถึงที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีแนวโน้มออกมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดความต่อเนื่องในช่วงปลายปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และภายในเดือนต.ค. กระทรวงการคลังเตรียมยื่นไฟลิ่งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์)
ทั้งนี้ ภาวะตลาดหุ้นไทย ยังคงมีความกังวลจากค่าเงินบาทอ่อนค่ากดดัน Fund Flow ไหลออก นักลงทุนต่างชาติ พลิกเป็นขายสุทธิในเดือนต.ค. ประกอบกับ นายยสแตนลีย์ ฟิสเชอร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวเตือนถึงอันตรายว่า อัตราดอกเบี้ยต่ำสามารถนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงและยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ หุ้นกลุ่มแบงก์ทยอยแจ้งผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส3 ภายในวันที่ 21 ต.ค. คาดกำไรของธนาคารส่วนใหญ่ มีแนวโน้มฟื้นตัวจากไตรมาสที่แล้ว จากการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง วันที่ 17-21 ต.ค. โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน 100 เมกะวัตต์ กำหนดให้ยื่นคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้า วันที่ 20 ต.ค. (ช่วงเช้าตามเวลาไทย) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) กำหนดดีเบตรอบประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่ 3 จับตาว่า ทรัมป์ จะดึงคะแนนเสียงเพิ่มได้หรือไม่
จากผลสำรวจคะแนนนิยมล่าสุด “ฮิลลารี” ยังนำ “ทรัมป์” ที่ 48% ต่อ 37% และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยหลังการประชุมซึ่งมีประเด็นจับตาว่าจะขยายวงเงิน QE ที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2560 หรือไม่
ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ถูกแรงกดดันจากแรงขาย Foreign ที่เป็น Net Sell ตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.ราว 7.4 พันล้านบาท รวมถึงความกังวลว่า เฟด อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงซื้อเก็งกำไรงบไตรมาส 3 ปีนี้ จะช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีอ่อนตัวลงแรง
ดังนั้นประเมินว่า ดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวผันผวน โดยมีกรอบเคลื่อนตัวที่ 1,460-1,490 จุด ทั้งนี้แนะนำซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ได้แก่ หุ้นกลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 3 ปีนี้ จะเติบโตขึ้น แนะนำ KCE, CPALL, SPALI, ANAN, BEAUTY, GFPT, FSMART, TPCH, WICE และ ACAP รวมถึงกลุ่มส่งออก (อาหารและอิเล็กทรอนิกส์) ได้รับอานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่า และ BANPU ได้อานิสงส์จากราคาถ่านหินขึ้นทำ High ในรอบ 4 ปี ล่าสุด 90.9 ดอลลาร์ต่อตัน








