ครม.เห็นชอบขยายพื้นที่ส่งเสริมการทำปศุสัตว์และปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทนปลูกข้าว พร้อมจ่ายเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบการเวนคืนที่ดินเขตศก.มุกดาหาร
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 17 สิงหาคม 2559 เรื่อง มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรปีการผลิต 59/60 ด้านการผลิต ซึ่งประกอบด้วย 5 โครงการ ได้แก่ โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ โครงการปรับเปลี้ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแพะ และโครงการปรับเปลี้ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการทำนาหญ้า ซึ่งดำเนินการโดยกรมปศุสัตว์ วงเงินงบประมาณรวม 2,301 ล้านบาท
ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวนั้น เพื่อขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมมากขึ้น และครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย จึงมติให้เพิ่มพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมดเป็น 55 จังหวัด จากมติเดิมที่กำหนดไว้ทั้งหมด 40 จังหวัด ส่วนโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสม ขยายเป็นเกษตรกรรมทางเลือกอื่น ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการเกษตร จึงกำหนดให้เพิ่มพื้นที่ดำเนินงานจากเดิม 30 จังหวัด ปรับเพิ่มเป็นทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้น 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่เหมาะสมน้อย วงเงินงบประมาณ 2,610 ล้านบาท ซึ่งในการปรับเพิ่มพื้นที่ดำเนินงานทุกโครงการจะใช้งบประมาณเท่าเดิม แต่เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอจ่ายค่าเยียวยาให้แก่ราษฎร 5 ราย วงเงิน 880,000 บาท และจ่ายค่ารื้อถอนระบบไฟฟ้าของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรมุกดาหาร และสถานีพัฒนาอาหารสัตว์มุกดาหาร วงเงิน 154,793 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,034,793 บาท สำหรับจ่ายค่าทดแทนที่ดินรื้อย้ายบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้ยืนต้น เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามที่มีการกำหนดให้จังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 เหลือจ่าย จากการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอาคารสำนักบริหารเงินตรา ระยะที่ 2 และจากการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมรายการครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งสิ้น 38,862,300 บาท โดยกระทรวงการคลังเห็นชอบแล้วสามารถนำมาจ่ายเป็นค่าเยียวยาค่าชดเชยได้ต่อไป









