ซีไอเอ็มบีไทยรายงานกำไรสุทธิงวด9 เดือนลดลง 5.7% หลังสำรองเพิ่ม ขณะที่สินเชื่อยังโต 3.1% ด้านเอ็นพีแอลยังเพิ่มขึ้นหลังความสามารถชำระหนี้
ลูกค้าลดลง เคเครับสินเชื่อเริ่มฟื้น 9 เดือนติดลบ 1.4% แต่เอ็นพีแอลอสังหา-เช่าซื้อมีแนวโน้มดีขึ้น
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนมีกำไรสุทธิลดลง 5.7% มาอยู่ที่ 798.3 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันสาเหตุหลักเกิดจากสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 16.7% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 1,178.3 ล้านบาท หรือ 19.1% เป็นผลจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 23.8% รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 8.2% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกรรมเช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงิน และ ค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน และรายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 42.7% ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกรรมบริหารเงิน
อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) อยู่ที่ 3.76% สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2559 ในขณะที่งวดเก้าเดือนปี 2558 อยู่ที่ 3.16% เป็นผลจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 2.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากสิ้นปี2558 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก2.167 แสนล้านบาท ลดลง 0.8% จากสิ้นปี 2558 ส่งผลให้
สินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 94.7% จาก 91.1% ในสิ้นปีก่อน สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 9.1 พันล้านบาท หรือ4.2% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 อยู่ที่ 3.1% เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลงอันเกิดจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอ่อนแอ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมขึ้น ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ การดำเนินการดูแล และการแก้ไขลูกหนี้ที่ถูกผลกระทบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
ด้านธนาคารเกียรตินาคินรายงานว่าผลการดำเนินงานงวดไตรมาส3ปี2559เปรียบเทียบกับงวดไตรมาส3ปี2558ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.1% ส่งผลให้งวด9 เดือนแรกปี2559เปรียบเทียบกับงวด9 เดือนแรกปี2558ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 4,095 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114.9%
ในส่วนของสินเชื่อในไตรมาส 3/2559 ขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.2% จากสิ้นไตรมาส 2/2559 หลังจากที่มีการหดตัวตลอดตั้งแต่ต้นปี 2559 โดยในไตรมาสที่ 1 หดตัวที่ 1.2% และในไตรมาสที่ 2 หดตัวที่ 0.4% ส่งผลให้เก้าเดือนแรกของปี 2559 สินเชื่อโดยรวมของธนาคารยังคงหดตัวอยู่ที่ 1.4% จากสิ้นปี 2558 ทั้งนี้สินเชื่อของธนาคารที่มีการขยายตัวค่อนข้างดีได้แก่ สินเชื่อ Lombard มีการขยายตัวที่ 190.7% สินเชื่อบุคคลขยายตัวที่ 68% สินเชื่อ Micro SMEs และสินเชื่อ SME Car3x ขยายตัวที่ 49.7% และสินเชื่อเคหะขยายตัวที่ 161.4% ในขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อหดตัว 2.6% สินเชื่อธุรกิจหดตัว 8.7% และสินเชื่อบรรษัทหดตัว 14.1% จากสิ้นปี 2558
ด้านเอ็นพีแอลอยู่ที่ 5.9% ปรับตัวดีขึ้นจาก 6.1% ในไตรมาส 2/2559 โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพในส่วนของสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการปรับตัวดีขึ้น รวมถึงคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อที่ยังคงมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพสำหรับสินเชื่อเช่าซื้อ ปรับลดลงจาก 2.4% ณ สิ้นปี 2558 เป็น 2.2 % ในไตรมาส 1/2559 และปรับลดลงอยู่ที่ 2.1% ในไตรมาส 2/2259 โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2559 ยังคงปรับลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 2.0%
ส่วนธุรกิจตลาดทุนนั้นหลังจากที่ บริษัททุนภัทร ได้ขายหุ้นบล.เคเคเทรด ให้กับ Yuanta Securities Asia Financial Services Limited (“Yuanta”)ทำให้ปัจจุบัน บล.ภัทร จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาด ที่ 4.66% โดยลดลงจาก 5.03% ในไตรมาส2/2559 เป็นอันดับที่ 5 จากจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ทั้งหมด 36 แห่ง








