ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง จากข่าวความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปคและรัสเซีย
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (17-21 ต.ค. 59)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูง หลังนายกรัฐมนตรีของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบียสนับสนุนมาตรการการคงหรือลดกำลังการผลิต ซึ่งคาดว่าข่าวความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปคและรัสเซียจะช่วยหนุนราคาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ราคายังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในไนจีเรีย และ ลิเบียที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น จากอัตราการกลั่นที่มีแนวโน้มปรับลดลง และปริมาณการนำเข้าที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงจำนวนหลุมขุดเจาะมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบแตะจุดคุ้มทุนที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- ข่าวความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปคและรัสเซียคาดว่าจะหนุนราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง หลังนายกรัฐมนตรีของรัสเซียพร้อมที่จะร่วมมือกับกลุ่มโอเปคในการคงกำลังการผลิต ขณะที่ ซาอุดิอาระเบียเองก็มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มโอเปคจะบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตลงสู่ระดับ 32.5 - 33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ กลุ่มโอเปคเตรียมจัดประชุมในวันที่ 28 – 29 ต.ค. อีกครั้งเพื่อพิจารณากำลังการผลิตและจะทำการเชิญผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วยเช่นกัน
- การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในไนจีเรียคาดว่าจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน หลังมีการคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทในเดือน พ.ย. อาจแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังประเทศกลับมาส่งออกน้ำมันดิบ Bonny light, Qua lboe และ Forcados ได้อีกครั้ง และคาดว่าจะส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ไนจีเรียยังคงเผชิญความเสี่ยงกับการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบ โดยล่าสุดกลุ่ม Niger Delta Greenland Justice Mandate ได้โจมตีท่อขนส่งน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติไนจีเรียปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
- ท่าเรือ Zueitina, Ras Lanuf, และ Es Sider หลังจากที่กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบของประเทศลิเบียปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.54 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. จากที่เคยผลิตอยู่ที่ระดับ 0.485 และ 0.32 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. และ เดือน ส.ค. ตามลำดับ ขณะที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบียยังคาดว่า ลิเบียจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตแตะระดับ 0.9 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปี 2559
- ภาวะอุปทานล้นตลาดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณการนำเข้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.85 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงช่วยผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาดได้บ้าง
- จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบแตะ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งคือระดับต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ส่งผลให้จำนวนแท่นหลุมขุดเจาะรายงานโดย Baker Hughes ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วขึ้น โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 14 ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4 แท่น มาสู่ระดับ 432 แท่น
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน การลงทุนทางตรงจีน GDP ไตรมาส 3/2016 จีน ดัชนีการผลิตและบริการยูโรโซน และ ดัชนีการผลิตและบริการสหรัฐ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (10-14 ต.ค. 59)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.54 ดอลลาร์ ปิดที่ 50.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.02 ดอลลาร์ ปิดที่ 51.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 49.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากข่าวการประชุมระหว่างกลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปคในงาน World Energy Congress ที่เมืองอิสตันบูล ระหว่างวันที่ 9 - 13 ต.ค. อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคในเดือน ก.ย. ที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีที่ 33.39 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นกว่า 220,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อนหน้า โดยปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากลิเบียและไนจีเรีย นอกจากนี้ ราคายังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด วันที่ 7 ต.ค. ที่ปรับเพิ่มขึ้น 4.85 บาร์เรล มาอยู่ที่ 473.96 บาร์เรล
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









