วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้น

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ :  แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้างหลังปรับขึ้นแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศออกมาเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้แก่ Producer Price Index (PPI) เดือน ก.ย. 2559 เพิ่มขึ้น 0.3%mom ซึ่งแตะขอบบนของคาดการณ์ของตลาดที่ 0.1-0.3% และสูงว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 0.0%mom โดยรวมถือว่ายังเป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้องของภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. 2559 เพิ่มขึ้น 0.6%mom ตรงตามที่ตลาดคาดไว้ และดีกว่าเดือนก่อนหน้าซึ่ง -0.3%mom โดยความแข็งแกร่งของภาคค้าปลีก บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน และสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในเดือน ธ.ค. 2559

แนวรับ/แนวต้าน : 1440/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิง


หุ้นแนะนำ

CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ

IVL (40) : เรายังคงชอบ IVL จากแนวโน้มกำไรที่คาดว่าจะแข็งแกร่งต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง รวมทั้งยอดขายและกำไรกว่า 80% มาจากธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ได้รับผลลบจาก

ปัจจัยในประเทศมาก

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

PTTEP (101) : จัดการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ราวๆ 4.5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy และดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ตอนแรกที่ 3.9-4.0 พันล้านบาท นอกจากนี้กำไรยังผลกระทบจากปัจจัยในประเทศน้อย รวมทั้งยังได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ

+ ทล.จ่อชง ครม.อนุมัติสร้างโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เพิ่มอีก 4 สัญญา วงเงิน 5,903 ล้านบาท ภายใน ต.ค.นี้ มั่นใจปี 63 เปิดใช้บริการได้ทั้งเส้นทาง (ไทยโพสต์)

+ ททท.เตรียมปรับแนวทางโปรโมตท่องเที่ยวโค้งสุดท้ายใหม่ ไม่เน้นสนุกสนาน เน้นรักสามัคคี โดยขอความร่วมมือบริษัทนำเที่ยวนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศในช่วงนี้ ปฏิบัติตัวให้อยู่ในความเหมาะสม ด้านแอตต้าเผยจีนใช้กฎหมายเด็ดขาดปราบศูนย์เหรียญทุกตลาด คาด 6 เดือนหมด (ไทยรัฐ)

+ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 17 ต.ค.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เพื่อมอบนโยบายและติดตามการดำเนินงานสำคัญของกระทรวงฯ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวเปลือก หลังจากมีกระแสว่าราคาสินค้าหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับมีความเป็นห่วงในราคาผลผลิตสินค้าเกษตรอาจตกต่ำ หลังจากกำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งมีผลผลิตหลายชนิดออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมากตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้เป็นต้นไป (เดลินิวส์)

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยตลาดลดช่วงบวกลงหลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความเห็นว่าเฟดมีความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่บรรดาเทรดเดอร์ยังคงคาดว่ามีโอกาส 67% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 39.44 จุดหรือ 0.22% สู่ 18,138.38, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.43 จุดหรือ 0.02% สู่ 2,132.98 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.83 จุดหรือ 0.02% สู่ 5,214.16 (รอยเตอร์)

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันศุกร์ หลังจากร่วงลงในช่วง 3 วันทำการก่อนหน้านี้ โดยหุ้นเทสโก้ ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในอังกฤษพุ่งขึ้น 4.4 % และหุ้นแมน กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทขนาดกลางทะยานขึ้น หลังจากแมน กรุ๊ปเปิดเผยรายงานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 35.81 จุด หรือ 0.51 % สู่ 7,013.55 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,977.74-7,055.18 (รอยเตอร์)

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวนในวันศุกร์ ขณะที่หุ้นฟาสต์- รีเทลลิ่งพุ่งขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยการปรับตัวลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 82.13 จุด หรือ 0.49% ที่ 16,856.37 หลังจากที่ปรับตัวลงในช่วงแรก (รอยเตอร์)

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากตัวเลขแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนเข้ามาบ้างจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะแสดงความเห็นมากยิ่งขึ้นเรื่องการปรับลดการผลิตน้ำมัน และปัจจัยนี้จะช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบให้อยู่สูงกว่า 50 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ย.ขยับลง 9 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 50.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมาแล้วราว 1% จากสัปดาห์ที่แล้ว (รอยเตอร์)