วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อีไอซี’เพิ่มจีดีพี มองปีนี้โตแตะ3%

ศูนย์วิจัยไทยพาณิชย์ ปรับเพิ่ม “จีดีพี” ไทยปีนี้โต 3% จากเดิม 2.8% หลังเศรษฐกิจครึ่งปีแรกดีกว่าคาด ประเมินแนวโน้มครึ่งปีหลังยังชะลอ ทั้งภาวะ

สินเชื่อโตต่ำ  ขณะ ปัจจัยเสี่ยงมีรอบด้าน โดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศ เตือนนักลงทุนรับมือความผันผวน ไม่ควรอ่อนไหวกับข่าวลือ

นางสาวสุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์(อีไอซี) เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2559 เพิ่มเป็น 3% จากเดิมคาดว่าจะมีการเติบโต 2.8% เป็นผลมาจากตัวเลขเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกออกมาดีกว่าคาดโดยเติบโต 3.4% ซึ่งได้รับผลดีจากมาตรการของรัฐ ทั้งมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โครงการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล รวมถึงการการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ และการเติบโตของภาคท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามปัจจัยข้างต้น เป็นปัจจัยบวกชั่วคราว และแรงหนุนเหล่านี้จะลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง บวกกับสภาวะทางธุรกิจมีสัญญาณชะลอตัว เห็นได้จากสินเชื่อที่ชะลอตัว สัดส่วนหนี้เสียเพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุนยังลดต่ำลงจากปีก่อนหน้า อาจส่งผลให้สภาวะทางธุรกิจทรุดตัวลงกว่าเดิม ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะเติบโตน้อยกว่าครึ่งปีแรก หรือโตประมาณ 2.6% ทำให้เศรษฐกิจทั้งปีโต3%

สำหรับปีหน้ามองว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ระดับ 3.3% ซึ่งมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว ภาระการผ่อนรถยนต์คันแรกจะหมดไป ทำให้ประชาชนมีช่องที่จะใช้จ่าย บริโภคและลงทุนมากขึ้น อีกทั้งจะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐเข้ามาในปีหน้า

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกเรื่องการเมืองในยุโรปและสหรัฐที่จะส่งผลต่อนโยบายการค้าและการลงทุนของทั่วโลก รวมถึงความเสี่ยงภายใน จากกำลังซื้อภาคเอกชนที่ถูกกดดันจากตลาดแรงงานที่ไม่เอื้ออำนวย หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทำให้การบริโภคในประเทศฟื้นตัวอย่างจำกัด

อย่างไรก็ตามสถานะทางการเงินของประเทศอยู่ในระดับที่ดี รองรับความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดเงินได้ โดยค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค หรืออยู่ที่ระดับ 35.5 บาทในช่วงสิ้นปี และอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 37 บาทในปลายปี2560

“ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนแรง และมีความเสี่ยงมากขึ้น จากปัจจัยทางการเมืองต่างประเทศ และปัจจัยในประเทศ ซึ่งนักลงทุนก็ต้องยอมรับความเสี่ยง และไม่ควรอ่อนไหวกับข่าวลือ”