เข้าซื้อหุ้นเรดล็อบสเตอร์
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าผลกระทบทางการเงินสุทธิทางบวกที่มีต่อ TU จากการเข้าซื้อหุ้นเรดล็อบสเตอร์ในครั้งนี้จะมีเพียงแค่เล็กน้อยเนื่องจากการเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก รวมถึงมาร์จิ้นที่บางมากของเรดล็อบสเตอร์ แต่เราเชื่อว่าการเข้าซื้อหุ้นเรดล็อบสเตอร์ในครั้งนี้จะเป็นการปูทางไปสู่ธุรกิจใหม่ซึ่งได้แก่ ธุรกิจบริการร้านอาหาร รวมถึงกลยุทธ์การขยายไปสู่ธุรกิจปลายน้ำและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคสุดท้ายได้โดยตรง อัพไซด์ในอนาคตจากดีลซื้อหุ้นเรดล็อบสเตอร์ยังคงจะมาจากมูลค่าเพิ่มจากผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งยังคงยากที่จะประเมินเป็นตัวเลข ณ ปัจจุบัน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากอัตราการเติบโตของธุรกิจหลักที่ยังคงแข็งแกร่งที่ 8% ต่อปี และอัพไซด์จากการดีลการเข้าซื้อกิจการใหม่ในอนาคต
การเข้าซื้อหุ้นเรดล็อบสเตอร์
TU ประกาศเข้าลงทุนซื้อหุ้นบริษัทเรด ล็อบสเตอร์ มาสเตอร์ โฮลดิ้ง (เรดล็อบสเตอร์) ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดอยู่ที่ 575 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประกอบด้วย (1) การเข้าซื้อหุ้นเรดล็อบสเตอร์สัดส่วน 25% มูลค่า 230 ล้านเหรียญสหรัฐ และ (2) การเข้าลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพซึ่งมีระยะเวลา 10 ปีมูลค่า 345 ล้านเหรียญ ซึ่งจะให้สิทธิแปลงสภาพเป็นการถือหุ้นล็อบสเตอร์สัดส่วน 24% พร้อมด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 8% ต่อปี โดยสามารถไถ่ถอนคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนด 10 ปี หรือแปลงสภาพเมื่อไรก็ได้ไปเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 24% ในเรดล็อบสเตอร์ คาดว่าดีลนี้จะเสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ การเข้าซื้อหุ้นมูลค่า 575 ล้านเหรียญจะใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นเป็นระยะเวลา 6 เดือนจำนวน 2 หมื่นล้านบาทจากธนาคารในประเทศก่อนที่จะแปลงสภาพต่อไปเป็นหุ้นกู้สกุลบาทหลังจากนั้น อัตราส่วน EV/EBITDA สำหรับการซื้อในครั้งนี้อยู่ที่ 7.4 เท่า ซึ่งยังถือว่าตำกว่าค่าเฉลี่ย EV/EBITDA ของเฉพาะกลุ่มร้านอาหารนั่งทานเล่นซึ่งอยู่ที่ 9-11 เท่า
ผลประโยชน์ที่ TU จะได้จากการซื้อเรดล็อบสเตอร์
เราเชื่อว่าการเข้าซื้อหุ้นเรดล็อบสเตอร์ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์ในการขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ด้านบริการร้านอาหารแก่กลุ่มผู้บริโภคสุดท้าย รวมถึงกลยุทธ์การขยายไปสู่ธุรกิจปลายน้ำและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคสุดท้ายได้โดยตรง โดยเกาะไปกับกระแสความนิยมในการรับประทานอาหารนอกบ้านของชาวอเมริกันมากขึ้น โดยเรดล็อบสเตอร์มีสาขาที่ให้บริการมากที่สุดจำนวน 704 แห่งในเขตทวีปอเมริกาเหนือ หรือคิดเป็นมีส่วนแบ่งตลาด 50% ของกลุ่มร้านอาหารเฉพาะอาหารทะเล เรดล็อบสเตอร์เป็นหนึ่งในลูกค้าปัจจุบันของ TU และ 35% ของปริมาณกุ้งที่ใช้ทั้งหมดของเรดล็อบสเตอร์ซื้อจาก TU ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายและจัดหากุ้งรายหลัก (คิดเป็นมูลค่ายอดขาย 50 ล้านเหรียญต่อปี) เราคาดว่าน่าจะเห็นยอดขายเพิ่มเติมอีก 100 ล้านเหรียญต่อปี (จากปัจจุบันที่ 50 ล้านเหรียญต่อปี) ระหว่าง TU และเรดล็อบสเตอร์ภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ก้าวต่อไปของการขยายธุรกิจเรดล็อบสเตอร์ได้แก่ การหันมารุกเปิดร้านเรดล็อบสเตอร์ในตลาดใหม่แถบเอเชีย โดยเริ่มต้นจากประเทศจีน
ผลกระทบทางการเงินเชิงบวกสุทธิต่อ TU เพียงแค่เล็กน้อย
เราประมาณการยอดขายเรดล็อบสเตอร์ที่ 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับปี 2560 และคาด EBITDA มาร์จิ้นและอัตรากำไรสุทธิสำหรับปี 2560 ที่ 6% และ 1% ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐานของส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเรดล็อบสเตอร์ที่ 7 ล้านเหรียญและรายได้อื่นๆ (เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการบริหาร และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากเรดล็อบสเตอร์ไปยัง TU) เงินปันผลจากหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพที่ 8% (คิดเป็น 22 ล้านเหรียญต่อปี) และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากภาระหนี้ใหม่คิดเป็น 20 ล้านเหรียญต่อปี (ภายใต้สมมติฐานอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5%) ผลกระทบสุทธิได้แก่ กำไรสุทธิของ TU สำหรับปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 322 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้นอีก 5%) เราคำนวณดีลดังกล่าวเข้าไปในประมาณการของเรา และทำการปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีก 4% (มาอยู่ที่ 27 บาท)
เรามองว่าผลกระทบทางการเงินเชิงบวกสุทธิมีเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเรายังคงไม่คำนวณและใส่ผลประโยชน์ร่วมที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตจากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ไปในประมาณการของเรา อาทิ เช่น ต้นทุนด้านแรงงานที่ลดลง ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น การใช้เครื่องจักรแทนคนในการเตรียมอาหาร และการปรับเพิ่มราคาขายในอนาคต ซึ่งเรายังคงมองว่าเป็นเรื่องที่ประเมินในเชิงตัวเลขได้ยาก ณ ปัจจุบัน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ถ้าไม่รวมหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพ) เพิ่มขึ้นไปเป็น 0.9 เท่า (ซึ่งยังคงต่ำกว่าเป้าของบริษัทในระดับที่พอใจซึ่งอยู่ที่ 1 เท่า) เราจึงมองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนจากดีลนี้แต่อย่างใด









