วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.ชี้แผนหั่นสำรองไฟฟ้าเหลือ 15% เป็นไปได้ยาก

กฟผ.เผยแผนทบทวนปริมาณสำรองไฟฟ้าเหลือ 15% ของ ก.พลังงาน เป็นไปได้ยาก หวั่นกระทบความมั่นคงพลังงานในประเทศ

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ.กำลังทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP 2015) ตามที่พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ให้นโยบาย กฟผ. ทบทวนปริมาณสำรองการผลิตไฟฟ้าที่มีสูงถึง 30% ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ 15% ว่าจะปรับลดได้อย่างไรให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ทั้งนี้หากเลือกใช้แนวทางเลื่อนกำหนดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่ทำสัญญารับซื้อไฟฟ้ากับเอกชนไว้แล้วก็คงเป็นเรื่องยาก แต่หากเลื่อนก่อสร้างโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ที่จะทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมที่หมดอายุออกไปด้วยก็จะมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศ

“โรงไฟฟ้าของ กฟผ.ส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าทดแทน เช่น แม่เมาะ พระนครใต้และบางปะกง โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีความจำเป็นต้องกระจายเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับต้นทุนและลดความเสี่ยงการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ ส่วนโรงไฟฟ้าพระนครใต้และบางปะกงจะผลิตไฟฟ้าป้อนเข้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีความต้องการไฟฟ้ากว่าหมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญหากเกิดปัญหาไฟตกหรือดับจะมีความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจสูงถึง 80 บาทต่อหน่วย”นายกรศิษฏ์กล่าว

ทั้งนี้ กำลังการผลิตใหม่ตามแผน PDP 2015 นั้น หากพิจารณาสัดส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่จะดำเนินการโดยภาคเอกชนเกือบ 50% ส่วน กฟผ. จะเป็นโรงไฟฟ้าที่ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมที่หมดอายุ ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ ขณะที่ปริมาณสำรองไฟฟ้าที่สูงถึง 30% นั้นยอมรับว่าแผน PDP ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ยึดตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวระดับ 4% ต่อปี แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลงต่อเนื่อง ปัจจุบันเฉลี่ยแค่ 3-3.2% ส่งผลให้การวางแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าล่วงหน้าระยะเวลา 5 ปี ส่งผลให้สำรองไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับช่วงที่ผ่านมารัฐมีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในปริมาณที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ กฟผ. ต้องสร้างโรงไฟฟ้าหลักเพื่อรองรับกับพลังงานทดแทนเพื่อให้สามารถเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะพลังงานทดแทน เช่น แสงอาทิตย์กลางคืนผลิตไม่ได้ ลมก็ไม่แน่นอน ชีวมวลก็ขึ้นอยู่กับฤดูเก็บเกี่ยวทางการเกษตร