วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 10-14 ต.ค. 59

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง หลังคาดโอเปคจะมีการหารือพูดคุยกับรัสเซียในสัปดาห์หน้า

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 47-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 49-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (10-14 ต.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังคาดในการประชุมสัปดาห์นี้ระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค โดยคาดว่าจะมีการหารือพูดคุยถึงความร่วมมือระหว่างกลุ่มโอเปคและรัสเซีย ในการปรับลดหรือคงกำลังการผลิต นอกจากนี้ราคายังได้รับแรงหนุนจาก ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ราคายังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ มีการทำประกันความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาสำหรับปริมาณการผลิตในปีหน้า ประกอบกับ อุปทานจากไนจีเรียและลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ : 

- จับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคและรัสเซียในงาน World Energy Conference ในวันที่ 9 – 13 ต.ค. ว่าจะมีการหารือถึงการที่จะขอความร่วมมือจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคให้ลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนที่จะมีการประชุมที่กรุงเวียนนาหรือไม่ โดยรัฐมนตรีพลังงานของซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน และอิรัก จะเป็นตัวแทนของกลุ่มโอเปคเพื่อเข้าร่วมประชุมกับรัสเซียเพื่อการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดีคาดว่าจะไม่มีการตัดสินใจใดๆ แต่การประชุมดังกล่าวจะทำให้เกิดโอกาสสำหรับการหารือกันถึงก้าวต่อไป

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ย. ปรับตัวลดลง 3.0 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล โดยปริมาณน้ำมันดิบปรับลดลงไปกว่า 26 ล้านบาร์เรลในเดือนที่ผ่านมา จนลงแตะระดับ 499.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าระดับ 500 ล้านบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มปริมาณการขุดเจาะขึ้นต่อเนื่อง โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ตค. ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 แท่น มาสู่ระดับ 428 แท่น ซึ่งคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดนับจากเดือน กพ.

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบไนจีเรียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังล่าสุดน้ำมันดิบ Qua Iboe สามารถกลับมาส่งออกได้รวมทั้งสิ้นแล้ว 2 ลำ ในขณะที่ ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบ Forcados คาดจะกลับมาในเร็วนี้ หากสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบทั้ง 2 ชนิดได้ตามคาดจะส่งผลให้โดยรวมปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นราว 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ไนจีเรียยังคงเผชิญความเสี่ยงกับการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบ หลังในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มติดอาวุธ Niger Delta Avenger กลับมาทำการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบ Bonny Light อีกครั้ง หลังจากในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาได้มีการประกาศหยุดยิงไป

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกสหรัฐ ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ และ ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคจีน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (26-30 ก.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.57 ดอลลาร์ ปิดที่ 49.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.83 ดอลลาร์ฟ ปิดที่ 51.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับลดลง 3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา มาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ 499.7 ล้านบาร์เรล นอกจากนั้น ราคายังคงได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่ผ่านมาที่จะปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านได้กระตุ้นให้ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค ออกมาให้ความร่วมมือเกี่ยวกับข้อตกลงที่จะลดกำลังการผลิต ซึ่งอิหร่านให้เหตุผลสนับสนุนว่า หากมีการร่วมกันหลายประเทศจะสามารถสร้างความมั่นใจต่อข้อตกลงดังกล่าวได้มากยิ่งขึ้น

                                                                  -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999