‘เอแอลที’ เชื่อบริษัทสื่อสารเร่งวางโครงข่ายสัญญาณปีหน้า หนุนผลประกอบการโตระดับ 2 หลัก าดบันทึกกำไรพิเศษ 650 ล้านบาท ในไตรมาส 4 นี้
นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ALT เปิดเผยว่า ภาวะอุตสาหกรรมสื่อสารในปีนี้ยังชะลอตัว ตั้งแต่จบการประมูลคลื่นความถี่ล่าสุด ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จึงเลื่อนแผนลงทุนออกไป ส่งผลให้รายได้โดยรวมปีนี้ซึ่งเดิมทีคาดว่าจะเติบโตตามอุตสาหกรรมที่ราว 10% น่าจะเหลือเพียง 7-8%
“แม้แผนลงทุนโครงข่ายของแต่ละบริษัทจะเลื่อนออกไป แต่ก็ไม่ได้เป็นการยกเลิก เพียงแต่ชะลอไปเท่านั้น โดยช่วงสิ้นปีนี้ก็คาดว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องของการลงทุนออกมา และน่าจะเริ่มลงทุนได้ต่อเนื่องในปี 2560 ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทน่าจะเติบโตได้ในระดับ 2 หลัก เพราะผู้ประกอบการแต่ละรายก็ต้องเร่งวางโครงข่ายให้ครอบคลุมตามที่ตกลงกับกสทช.เอาไว้”
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกำไรของบริษัทในปีนี้จะยังเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ แต่คงไม่สามารถบอกตัวเลขได้ ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทเร่งสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า อาทิ ธุรกิจให้เช่าโครงข่ายตามแนวรถไฟฟ้า และในสถานีบริการน้ำมัน โดยจะมีสัดส่วนรายได้ราว 10% ในปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 20% ในปีหน้า รวมไปถึงการเน้นงานบริการมากขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะรักษาไว้ได้ในระดับ 30% หลังจากที่ขยับขึ้นมาจาก 25% เมื่อไตรมาส 1
ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้ในปีนี้จะมาจากธุรกิจบริการรับติดตั้งสถานีฐาน และวางสายเคเบิ้ล 65% ธุรกิจจำหน่ายสินค้า 25% และธุรกิจให้เช่า ซึ่งสร้างรายได้ประจำ 10%
“ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำในขณะนี้ เริ่มเข้ามาบางส่วนตั้งแต่ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา และจะเข้ามาอย่างเต็มที่ในปี 2560 โดยสัดส่วนรายได้จะขยับขึ้นมาเป็น 20% จาก 10% ในปีนี้”
ส่วนกรณีพิพาทกับลูกค้าซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านการสื่อสารรายหนึ่งของภาครัฐ ซึ่งผิดสัญญาการใช้บริการโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงนั้น เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้คู่สัญญาชำระค่าเสียหายให้กับบริษัทในอัตราเดือนละ 13.50 ล้านบาท โดยเริ่มนับจากวันที่ 12 ก.พ. 2556 จนกว่าโครงข่ายดังกล่าวจะส่งมอบคืน
บริษัทคาดว่าคู่กรณีน่าจะยื่นอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิ เพราะระยะเวลาที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้คือ 30 วัน คงไม่สามารถเจรจาได้ทัน เพราะต้องมีการนำข้อสรุปเข้าที่ประชุมคณะกรรมการของคู่กรณี อย่างไรก็ตาม บริษัทกับคู่กรณีได้เจรจากันต่อเนื่อง โดยมีกรอบเวลากำหนดไว้ 60 วัน
“ในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเจรจากับคู่กรณีได้ตามกรอบเวลา ซึ่งจะทำให้สามารถบันทึกค่าเสียหายในส่วนนี้เข้ามาได้ภายในไตรมาส 4 คาดว่าค่าเสียหายจะอยู่ที่ราว 650 ล้านบาท จะสามารถบันทึกเป็นกำไรไปได้ทั้งก้อน เพราะก่อนหน้านี้บริษัทได้หักค่าเสื่อมไปหมดแล้ว”
บล.ทรีนีตี้ คาดว่า รายได้จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 3 จะเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2559 คาดว่าจะอยู่ประมาณ 40 ล้านบาท และในปี 2560 จะรับรู้รายได้เต็มปีได้ประมาณ 120 ล้านบาท และแนวโน้มของธุรกิจการให้บริการติดตั้งรับเหมานั้นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาหดตัวลงจากปีก่อน เนื่องจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือชะลอการลงทุนเครือข่าย แต่ในช่วงครึ่งปีหลังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเริ่มมีแผนลงทุนที่ชัดเจนขึ้น บริษัทได้รับงานในการสร้างสถานีฐานซึ่งเป็นงานที่รอรับรูรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้ได้ในครึ่งปีหลังนี้ 50-60% หรือประมาณ 400-500 ล้านบาท








