"แบงก์กรุงเทพ" ชี้อาเซียนยังต้องการเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า "8ล้านล้านดอลลาร์" ขณะที่ภาคธุรกิจไทยยังไปได้สวย
จากงานสัมมนา The Nikkei Asia 300 Global Business Forum "Asia to the World - A New Era of Global Competition" โดยนิเคอิ นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสวนาในหัวข้อ “การประเมินผลกระทบที่เกิดจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”ว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นพื้นที่ที่คนยอมรับและเติบโตได้ในระยะยาว ในขณะที่โลกไม่เติบโตมากนัก โดยเฉพาะภูมิอาเซียน ถือว่าเป็นผู้นำให้เกิดการเติบโตในภูมิภาค แต่ก็ยังเหมือนเพรชที่ยังไม่ได้ตัด ดังนั้นจึงอยู่ที่ว่าเราจะเจียรไนเพชรนี้อย่างไรให้มีศักยภาพและสวยที่สุด
สำหรับภูมิภาคอาเซียน ถือได้ว่า มีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเม็ดเงินโดยตรงมาจากญี่ปุ่น และญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยมากสุด
"เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีความสมบูรณ์ และเมื่อมีการรวมเป็นเออีซี มีเศรษฐกิจอันดับ3ของโลก มีจำนวนประชากรถึง 600 กว่าล้านคน มีพื้นที่เชื่อมโยงกับจีนและอินเดีย รวมถึงเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของภูมิภาค"
อย่างไรก็ตาม อาเซียน แบ่งเป็น2กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจมีพื้นฐานดี อีกกลุ่มเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนา อย่าง CLMV แต่พบว่าเศรษฐกิจเติบโตเร็ว 6.5-8.5% เมื่อปีก่อน และมีแรงงานกว่า 160 ล้านคนและยังมีทรัพยากรธรรมชาติอีกมากมาย
นายชาติศิริ กล่าวว่า โอกาสการเติบโตของภูมิภาคอาเซียนในอีก8-10ปีข้างหน้า มากจาก 3 เรื่องหลัก 1 จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น เบื้องต้นประเมินว่า ยังมีความต้องการเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 8 ล้านล้านดอลลาร์ ยกเว้นสิงคโปร์ เพื่ออัพเกรดขยายพื้นฐานการผลิต รวมถึงพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน รถไฟฟ้า และเขื่อน ตอนนี้บางเรื่องมีการลงทุนทำแล้ว และยิ่งในภาวะดอกเบี้ยต่ำ ถือเป็นโอกาสอย่างมากที่จะมีการลงทุนต่อเนื่องในระยะยาว
2 บริษัทข้ามชาติจะได้ประโยชย์จากภาษีที่ต่ำลงและในกลุ่ม CLMV นับว่าเป็นประเทศที่เอื้อให้เกิดการผลิตในเออีซี มีการกระจายไปในหลายประเทศ ทำให้เกิดการแข่งขันที่ดีกว่า ปัจจุบันการค้าอาเซียนมีสัดส่วน 24% เป็นการค้าในประเทศอาเซียนด้วยกัน และมีสัดส่วน 40% เป็นการค้ากับนาฟต้า ส่วนสัดส่วน 60%เป็นการค้ากับอียู ดังนั้นอาเซียนยังต้องเป็นซับพลายเชนของโลก
3 การพัฒนาของบริษัทระดับข้ามชาติ ปัจจุบันบริษัทในภูมิภาคอาเซียน สามารถขยายธุรกิจออกไปได้ทั่วโลก เช่น ธุรกิจการบิน แอร์เอเชีย มาเลเซียบินไปทั่วโลก , ธุรกิจค้าปลีกไทย ซีพี ขยายตลาดไปทั่วโลก หรือแม้แต่ธุรกิจน้ำมัน ปูซีเมนต์ ปตท. และเอสซีจี ประสบความสำเร็จและขยายออกไปทำตลาดทั่วโลกรวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยก็พยายามขยายออกไป เช่นกัน
ในส่วนของธุรกิจการเงินพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจออกไปทำตลาดข้ามชาติ เพื่อสร้างความมั่งคั่งในเอเชีย และอาเซียน ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ มีสาขาต่างชาติใน9ประเทศในอาเซียน พร้อมนำเสนอบริการด้านการเงินกับทุกคน









