สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ ฯ และยุโรป (28 ก.ย. – 6 ต.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น DAX +1.41%, CAC ฝรั่งเศส +1.30% และ FTSE +2.68% โดยตลาดตอบรับเชิงบวกจากการบรรลุข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันของ OPEC และ Dautsche Bank ใกล้บรรลุการเจรจาต่อรองค่าปรับได้ แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ DJIA ปรับตัวลดลง -0.32% จากความกังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน
ตลาดหุ้นจีนปิดทำการในเทศกาล Golden Week
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (28ก.ย. – 6 ต.ค. 2559)
SET INDEX ปรับตัวสูงขึ้น ณ ที่ระดัน 1,509.92 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.34 จุด +2.05% โดยตลาดตอบรับเชิงบวกจากผลการประชุม OPEC ที่สามารถตกลงลดกำลังการผลิตได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจากการคาดการณ์ว่าแนวโน้มของผลประกอบการกลุ่มธนาคารจะออกมาดี เนื่องจาก GDP เติบโตอย่างโดดเด่น
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (7 – 13 ต.ค.)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้ว่า SET INDEX จะกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ในสัปดาห์นี้ก็ตาม แต่เรายังคงต้องระมัดระวังต่อการลงทุนต่อเนื่อง เพราะมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ยังเปราะบาง บางวันต่ำกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงนักลงทุนยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะการลงทุนมากนัก เพียงแต่ปัจจัยแวดล้อมของการลงทุนค่อนข้างเป็นกลางถึงบวก ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจเดือนส.ค. และแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q59 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทมีแนวโน้มที่เติบโตแข็งแกร่ง ทำให้เมื่อ SET INDEX ปรับฐานลงแรงก็จะมีแรงเก็งกำไรเข้ามาเช่นกัน
ทั้งนี้นักลงทุนยังคงเน้นใช้กลยุทธ์ “Swing Trade หรือ ขึ้นแรงขาย และลงแรงซื้อ” โดยให้น้ำหนักกับแนวต้านบริเวณ 1,520 จุด และ 1,550 จุด ตามลำดับ แต่หาก SET INDEX เกิดการปรับฐานลงแรง และหลุดแนว 1,500 จุด ควรรอจังหวะการเข้าสะสมหุ้นรอบใหม่บริเวณ 1,480 จุด +/- โดยเน้นหุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานใน 3Q59 จะออกมาเด่น โดยเฉพาะหุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร อย่าง SCB / KBANK / KTB เป็นต้น
สำหรับปัจจัยเด่นในสัปดาห์หน้า เราแนะนำให้นักลงทุนติดตามการ Debate ของตัวแทนพรรค Democrat และ Republican เช้าวันที่ 10 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นการ Debate รอบที่ 2 ทั้งนี้รอบแรก นาง Hilary Clinton ได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่านาย Trump มุมมองด้านต่างๆ จะมีผลต่อทิศทางนโยบายด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้งในวันที 8 พ.ย. รวมถึงรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 20-21 ก.ย. ซึ่งจะเปิดเผยฉบับเต็มในวันที่ 12 ต.ค. เพื่อประเมินมุมมองด้านเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อของเฟด เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาดว่าเฟดจะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.จะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า
1. การ Debate ระหว่างนาง Clinton และ Trump เช้าวันที่ 10 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย
2. รายงานการประชุมเฟดครั้งก่อน วันที่ 12 ต.ค.
3. ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตฯ ของอียู – อังกฤษ / ดุลการค้า อังกฤษ / ภาวะการจ้างงาน ของสหรัฐฯ / คำสั่งซื้อเครื่องจักร ญี่ปุ่น / ยอดสินเชื่อใหม่สกุลเงินหยวน และการส่งออก – นำเข้า ของจีน









