วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BKD - ซื้อ

Rebuilding backlog

ประเด็นการลงทุน

เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 4.20 บาท จากเดิม 3.50 บาท (ยังคงอิง P/E 20 เท่า) เรามองว่าถึงเวลาซื้อหุ้นกลับหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลงตามที่เราแนะให้ลดน้ำหนักไปก่อนหน้านี้ คาดกำไรปี 2017 จะเติบโตสูง 24% YoY เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นเพราะภาพอุตสาหกรรมงานตกแต่งภายในดูสดใสมากขึ้น ล่าสุดมีงานขนาดใหญ่เข้ามาในตลาด คืองานปรับปรุงโรงแรมปาร์คนายเลิศ ของ BDMS ในงบ 2,000 ล้านบาท ซึ่ง BKD มีเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาไม่กี่รายที่จะสามารถรับงานขนาดใหญ่ในระดับนี้ได้ ซึ่งงานนี้จะเป็นงานที่ต้องได้ข้อสรุปเร็วเพราะแผนงานของ BDMS จะเปิดดำเนินงานกลางปี 2017 อย่างไรก็ดี แม้บริษัทไม่ได้งานนี้ เรามองว่าความเสี่ยงด้านล่างของผลประกอบการจะจำกัดเพราะบริษัทมี backlog รองรับรายได้ในช่วง 1H17 ให้ไม่น้อยกว่า 1H16 เรียบร้อยแล้ว

ตัวเต็งงานปรับปรุงโรงแรมปาร์คนายเลิศของ BDMS

คาดบริษัทเป็นตัวเต็งในงานปรับปรุงโรงแรมปาร์คนายเลิศ ของ BDMS ซึ่ง BDMS มีงบฯสำหรับการปรับปรุงอาคารราว 2,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ เราประเมินเบื้องต้นว่าจะเป็นส่วนของการตกแต่งภายในที่ BKD มีศักยภาพจะรับงานได้เป็นจำนวนมาก เพราะปาร์คนายเลิศ มีอาคารพร้อมอยู่แล้ว จึงเหลือเพียงงานปรับปรุง ส่วนสำนักงานของโรงแรมเดิมให้เป็นส่วนรับผู้ป่วยนอก (OPD) ตามแผนงาน โรงแรมฯ จะปิดดำเนินงานสิ้นปีนี้ และ BDMS จะเปิดดำเนินงานกลางปี 2017 ดังนั้นเราคาดจะต้องสรุปผู้รับเหมาให้ได้โดยเร็วที่สุด และหาก BKD ได้รับงานคาดเห็นการรับรู้รายได้จำนวนมากใน 1H17

อยู่ระหว่างเตรียมรับงานขนาดใหญ่ ...

หลังจากที่บริษัทเซ็นสัญญางานโครงการขนาดเล็กมาตลอดปี เราคาดจะได้เห็นการเซ็นงานขนาดใหญ่ในช่วงก่อนสิ้นปีนี้ หนุนให้มี backlog เพียงพอสำหรับปีหน้าทั้งปี ซึ่งปัจจุบันบริษัทมุ่งหวังทั้งงานภาครัฐและเอกชน (High potential project) อยู่หลายโครงการ ซึ่งตามแผนงานระยะยาวของบริษัท เราคาดจะมีงานโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 1 แห่ง มูลค่าราว 500-700 ล้านบาท และงานโรงแรมในกรุงเทพอีก 2 แห่ง มูลค่าราว 300-400 ล้านบาท ต่อ 1 โครงการ ดังนั้นเรามองว่าด้วยปริมาณงานในตลาดที่มีเป็นจำนวนมาก ตลาดจะมีความมั่นใจต่อการเติบโตในปีหน้า

… ความเสี่ยงจำกัด จาก Backlog ในมือที่รองรับ 1H17 แล้ว

คาดความเสี่ยงด้านล่างของผลประกอบการปีหน้าจำกัด เพราะด้วย backlog ทั้งหมดราว 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่จะรับรู้รายได้ในปีหน้าราว 700 ล้านบาท ซึ่งไม่น้อยกว่ารายได้ที่บริษัทมีในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของงานในมือที่จะรับรู้ในปีหน้า มีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะปีนี้เป็นงานที่เกิดปัญหาความล่าช้าทางเทคนิค ดังนั้นหากบริษัทได้รับงานเพิ่มขึ้นในช่วงต่อจากนี้ ซึ่งเรามีความมั่นใจว่าจะได้รับเพิ่มขึ้น คาดบริษัทจะสามารถแสดงผลประกอบการที่เติบโตขึ้นในปีหน้าได้ อย่างน่าประทับใจ