อรนุช” เร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านทิสโก้สู่ดิจิทัลแบงก์ ใช้รูปแบบเช่าระบบจากผู้ให้บริการระดับโลกแทนการลงทุนเอง ขณะที่ธุรกิจร่วมทุนกับดอยซ์แบงก์
ยังไม่กระทบ
“ด้านกสิกรไทยส่งสตาร์อัพนวัตกรรมสำหรับผู้พิการทางสายตาและผู้สูงอายุประกวดระดับโลก
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กร (Transformation) ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับรูปแบบการทำงานภายในและการให้บริการลูกค้าให้เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มทั้งหมด โดยเริ่มมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน และในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งขึ้นมาคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า
นางอรนุชกล่าวอีกว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะทำให้ภาพรวมธนาคารเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ธนาคารได้และยัง ช่วยให้ธนาคารทำพร้อมเพย์ได้เร็วขึ้นด้วย โดยในปลายปีนี้ธนาคารจะเปิดตัวโมบายแบงก์กิ้งที่จะให้บริการทั้งการโอนเงินชำระเงินแล้ว ยังจะเชื่อมโยงระบบการซื้อขายหุ้นและกองทุนของบล.และบลจ.ทิสโก้เข้ามาไว้ด้วยกัน
สำหรับรูปแบบการเข้าสู่ดิจิทัลแพลทฟอร์มของธนาคารจะไม่ได้ใช้เม็ดเงินในการลงทุนมากนัก เพราะในปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านดิจิทัลจำนวนมากที่ธนาคารสามารถเข้าไปเช่าพื้นที่เพื่อให้บริการ เช่น อเมซอน หรือกูเกิล ที่ช่วยให้ธนาคารไม่ต้องลงทุนสร้างระบบด้วยเม็ดเงินมหาศาลและยังมีผู้ดูแลความปลอดภัยของระบบตลอดเวลา ซึ่งต้นทุนของธนาคารจะเกิดในรูปแบบของค่าใช้จ่ายแทน กล่าวคือใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น แทนการลงทุนพัฒนาระบบด้วยตัวเอง ดังนั้นในระยะยาวต้นทุนของธนาคารก็จะลดลงได้หรือราวปี 2463 ก็น่าจะลดลงได้ แม้ในช่วงแรกอาจจะต้องเพิ่มขึ้นบ้างเพราะยังต้องรัน 2 ระบบไปก่อน
“หลังจากนี้กระบวนการทำงานจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น จากเดิมที่ใช้กระดาษในการทำสัญญา เป็นฟินเทคที่จะเอามาให้บริการลูกค้า แต่ธนาคารไม่มีจัดตั้งบริษัทร่วมทุน หรือห้องแล็บทดลองนวัตกรรมเหมือนแบงก์อื่น ซึ่งรูปแบบนี้จะช่วยลดการลงทุนให้ธนาคารได้มหาศาล จากการไม่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนระบบไอทีเอง และผู้ให้บริการเหล่านี้จะต้องมีการลงทุนในการติดตั้ง Firewall ดูแลระบบป้องกันข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถแก้ปัญหาได้เร็วและใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า”
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านองค์กรครั้งนี้ยังจะช่วยให้ธนาคารลดความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนพนักงาน และอาจจะลดลงใน 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีอยู่ที่ 4,000 คน ส่วนจำนวนสาขานั้นยอมรับว่ายังต้องเปิดเพิ่มอีกเล็กน้อย จากปัจจุบันที่มี 50-60 แห่ง เพราะถือว่ายังน้อยและยังต้องเพิ่มให้ถึงประมาณ 100 แห่ง ส่วนสาขาของสมหวังจะไปถึงระดับ 300 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 120 แห่ง ซึ่งการขยายสาขาเพิ่มจะช่วยในเรื่องการสร้างความรู้จักให้ลูกค้าอีกด้วย
นางอรนุชยังกล่าวถึงความร่วมมือที่มีกับดอยซ์แบงก์ในการร่วมทุนในธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับดอยซ์แบงก์ไม่กระทบกับความร่วมมือดังกล่าว และดอยซ์แบงก์ยังไม่มีการขายหุ้นออกไป เนื่องจากธุรกรรมที่มีส่วนใหญ่เป็นการส่งลูกค้าจากฮ่องกงและอังกฤษเข้ามามากกว่า ขณะที่กระแสข่าวค่อนข้างรุนแรง ซึ่งฐานะของดอยซ์แบงก์ยังแข็งแรงและมีการเตรียมเม็ดเงินในการชำระค่าปรับไว้แล้ว
ด้านนายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวบริษัท บีคอน อินเตอร์เฟส จำกัด บริษัทสตาร์ทอัพน้องใหม่ภายใต้การร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทยที่ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบีคอน อินเตอร์เฟสที่เป็นนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้พิการทางสายตา ผู้มีความผิดปกติทางสายตา และผู้สูงอายุ สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินบนโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย
ทั้งนี้ธนาคารได้ส่งBeacon Interfaceเข้าแข่งขันระดับโลกต่อยอดแอพพลิเคชั่นการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อผู้มีความผิดปกติทางสายตา จนเป็นนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ติด 20 ทีมสุดท้ายจาก 650 ทีมทั่วโลก ในการประกวด Global FinTech Hackcelerator เตรียมลุ้นรอบชิงชนะเลิศกลาง พ.ย.นี้ที่สิงคโปร์






