วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 4 ตุลาคม 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังอิหร่านกระตุ้นให้หลายประเทศร่วมมือในการคงกำลังการผลิต

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังอิหร่านกระตุ้นให้หลายประเทศร่วมมือในการคงกำลังการผลิต

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังอิหร่านออกมากระตุ้นให้ประเทศนอกกลุ่มโอเปค (non-OPEC) ออกมาให้ความร่วมมือเกี่ยวกับข้อตกลงที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มีบางประเทศในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงอยู่ในช่วง 32.5-33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยอิหร่านให้ความเห็นว่า หากหลายประเทศร่วมมือกันจะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามปริมาณกำลังการผลิตที่จะปรับลดลงของแต่ละประเทศนั้น จะมีการตัดสินใจอีกครั้งในระหว่างการประชุมกลุ่มโอเปคในเดือน พ.ย. นี้

+ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลง ส่งผลให้นักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นสามารถลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าในสกุลเงินสหรัฐได้เพิ่มมากขึ้น

+ นอกจากนี้ ตัวเลขดัชนีภาคการผลิตสหรัฐ ในเดือน ก.ย. ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.5 ซึ่งสูงกว่าเดือน ส.ค. ที่อยู่ระดับ 49.4 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50.3 ซึ่งตัวเลขที่สูงกว่าระดับ 50 เป็นการบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

- อย่างไรก็ดี บริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน (NIOC) เตรียมที่จะเซ็นสัญญาฉบับแรกเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันดิบและก๊าซ Iran Petroleum Contract (IPC) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิตให้ไปสู่ระดับ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเคยเป็นระดับที่ผลิตก่อนที่จะถูกมาตรการคว่ำบาตร

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดในเอเชียได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของราคาขายน้ำมันเบนซินในสหรัฐ (RBOB) หลังสัญญาการซื้อขายครบกำหนด อย่างไรก็ดี อุปทานมีแนวโน้มปรับลดลงเนื่องจากโรงกลั่นในมาเลเซียอยู่ระหว่างการตัดสินใจที่จะปิดซ่อมบำรุงในอนาคตอันใกล้ ส่งผลให้ผู้ซื้อจากสิงคโปร์มีความสนใจที่จะเข้ามากักตุนสินค้าไว้ล่วงหน้า

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ภายในภูมิภาคยังคงทรงตัวในระดับดีจากความต้องการใช้เชื้อเพลิงในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและฤดูกาลประมงในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีน

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาท่าทีของกลุ่มโอเปคและการเจรจาของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคกับผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัสเซีย ภายหลังที่สามารถบรรลุข้อตกลงในการคงกำลังการผลิตไว้ที่ระดับ 32.5 - 33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวและสัดส่วนโควตาจะมีการพิจารณาอีกครั้งในการประชุมโอเปคครั้งถัดไปในวันที่ 30 พ.ย.

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลงรวมทั้งสิ้นราว 23 ล้านบาร์เรลใน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ระดับ 502.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบนำเข้าสหรัฐ ปรับลดลงต่อเนื่อง

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียและไนจีเรียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดลิเบียปรับเพิ่มกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 0.48 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากระดับการผลิตในเดือนก่อนหน้าที่ประมาณ 0.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสามารถส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือ Ras Lanuf ได้ในช่วงที่ผ่านมา

                                                                   -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999