"คมนาคม" สั่ง "รฟม." ประเมินทรัพย์สิน-หนี้สิน ก่อนโอนสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ให้ กทม. คาดเปิดเดินรถได้สิ้นปีนี้
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีเขียวเหนือหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะต้องโอนทรัพย์สินและหนี้สินให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ รฟม.ไปประเมินกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ที่เกิดขึ้นจริง ณ วันที่ 30 ก.ย. 59 และตัวเลขวงเงินลงทุนในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ว่าต้องใช้วงเงินเท่าไหร่เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจนและนำกลับมาเสนอในที่ประชุมในเดือนต.ค.นี้หลังจากนั้นจะสรุปตัวเลขให้คจร. และรายงานที่ประชุมครม.เดือนพ.ย.ก่อนโอนภาระหนี้สิน ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมดให้กทม.เดือน ธ.ค. เพื่อให้ทันการเปิดทดลองการเดินรถ 1 สถานีคือช่วงแบริ่ง-สำโรงในสิ้นปี ส่วนสายสีเขียวเหนือให้ดำเนินการรูปแบบเดียวกับสายเขียวใต้ ซึ่งตามแผนโครงการจะเริ่มก่อสร้างได้ปี 60
นายพีระพล กล่าวว่า การประเมินต้องดูรายละเอียดอย่างรอบคอบ เช่น ค่าเวนคืนที่ดิน สัญญาเงินกู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไปแล้วเท่าไหร่และเหลืออีกเท่าไหร่ เพราะเป็นภาระที่กทม.ต้องรับไปดำเนินการทั้งหมด โดยกทม.พร้อมรับโอนหนี้ทั้งหมด ส่วนการกู้เงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการของกทม.นั้น ทำได้ ด้วยการออกเป็นข้อบัญญัติกทม.และกู้เงินต่อจากกระทรวงการคลังและปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างออกฎหมายลูกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน ซึ่ง กทม.จะต้องทำข้อมูลเสนอ สภากทม.ถึงรายละเอียดเงินลงทุนที่ใช้ในโครงการว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดความชัดเจน
สำหรับโครงการถไฟฟ้าสายสีเขียววงเงินลงทุนที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 60,8914.54 ล้านบาทแบ่งเป็นช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 21,069.08 ล้านบาท และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 39,745.45 ล้านบาท









