วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หมอปราเสริฐ’ ทุ่ม 786 ล้านบาท เก็บหุ้นเข้าพอร์ต

ภายหลัง "กรุงเทพดุสิตเวชการ" ประกาศซื้อสินทรัพย์โครงการปาร์คนายเลิศ ราคาหุ้นปรับตัวลดลง จากการสำรวจแบบ59-2 พบผู้บริหารรายงานซื้อขายหุ้น

หลังจากที่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) BDMS ประกาศเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2559 จะทุ่มเงิน 10,800 ล้านบาท ในการเข้าซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโรงแรมปาร์คนายเลิศ เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ รวมถึงจะใช้เงินอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเป็นศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร

ราคาหุ้น BDMS ปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดการซื้อขายในวันถัดมา โดยราคาหุ้นลดลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 20.90 บาท ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาปิดที่ 21.60 บาท ลดลงจากวันก่อนหน้า 0.40 บาท และมีปริมาณการซื้อขายถึง 215.72 ล้านหุ้น สูงที่สุดในรอบกว่า 3 ปีครึ่ง

ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ 59-2) พบว่า ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 18.26% ของบริษัท ซื้อหุ้น BDMS เข้ามาถึง 36,419,800 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 21.59 บาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อ 786.3 ล้านบาท

ตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซื้อหุ้นรวมทั้งสิ้น 192.30 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 4,411.57 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 22.94 บาท ซึ่งการซื้อเมื่อ 29 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ ถือเป็นการซื้อหุ้น BDMS มากที่สุดใน 1 วันทำการ

และก่อนหน้านี้เมื่อปี 2558 กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของบริษัทก็รายงานการซื้อหุ้นมาต่อเนื่องเช่นกัน โดยตลอดทั้งปีเก็บหุ้นเข้าพอร์ตรวม 54.62 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 1,082.91 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 19.82 บาท

บล.ทิสโก้ มองว่า การลงทุนในศูนย์สุขภาพแห่งใหม่ที่มีการซื้อที่ดิน 1.08 หมื่นล้านบาท จะกระทบอิบิทด้าราว 1 % และกระทบกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ราว 4% แม้ว่าเงินลงทุนที่สูงจะทำให้ตลาดค่อนข้างตกใจ แต่เรามองว่าในระยะยาวการลงทุนในศูนย์สุขภาพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และทำให้มีอายุที่ยืนยาวขึ้นของลูกค้าจะเป็นปัจจัยใหม่ที่ผลักดันผลประกอบการของบริษัทภายใน 5 ปี โดยให้คำแนะนำ “ถือ”

ทั้งนี้ คาดว่าอิบิทด้าจะเริ่มมีกำไรภายใน 2 ปี และมีกำไรสุทธิใน 3 ปี ผลตอบแทนจากการลงทุนของโครงการ 14.5% และจะถึงจุดคุ้มทุนใน 9 ปี โดยจากการคำนวณโครงการนี้ บริษัทตั้งเป้าลูกค้าประเภทผู้ป่วยนอก (OPD) ราว 1,000 – 2,000 ราย และตั้งเป้าสมาชิก 500 ราย ภายใน 5 ปี ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้สูง

และคาดว่าโครงการนี้จะช่วยหนุนให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ทั้งเครือเพิ่มขึ้นเป็น 12-13% จาก 9-10% ต่อปีในช่วงปี 2561 - 2563 และช่วยให้อิบิทด้า มาร์จิน ของทั้งเครือเพิ่มขึ้น เนื่องจากธุรกิจนี้มี อิบิทด้า มาร์จิน ราว 28-30% สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ที่ 21-23%

ด้าน บล.กรุงศรี ระบุว่า การขยายธุรกิจครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์เจาะตลาด Blue ocean โดยเน้นไปที่ผู้ใช้บริการที่ต้องการดูแลสุขภาพ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ได้แก่ ชาวต่างชาติระดับไฮเอนด์ที่ห่วงใยสุขภาพ และต้องการหาบริการด้านสุขภาพแบบพรีเมียม ซึ่งเรามองว่าโครงการนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงเนื่องจากจะเป็นศูนย์สุขภาพครบวงจร (Wellness Center) แห่งแรกในเอเซีย ในขณะที่คู่แข่งหลักจะอยู่ที่ยุโรปและอเมริกาเป็นหลัก ทั้งนี้ ศูนย์สุขภาพแห่งนี้ยังจะเน้นไปที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งต่างจากการให้บริการของโรงพยาบาลที่เป็นบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยตามรูปแบบปกติ

อย่างไรก็ตาม ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 - 2562 ลง 4-5% เพื่อสะท้อนถึงดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนในช่วงแรก แต่คาดว่ากำไรน่าจะเติบโตเฉลี่ยถึง 21% ในช่วงปี 2561 - 2563 และทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 27 บาท จากเดิม 26 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันของ BDMS ซื้อขายที่ค่าพีอี ปี 2560 ที่ 36 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงพยาบาลในภูมิภาคที่ 35 เท่า