วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังชวดปันผล 'อสมท' ครั้งแรกรอบ '12ปี'

"ต้นทุน" ธุรกิจ "ทีวีดิจิทัล" ทำให้ผู้เล่นในอุตสาหกรรมส่วนมากกำไรลดลง และบางรายประสบผลขาดทุน ทำให้มูลค่าของผู้ถือหุ้นปรับลดลงเช่นกัน

การประมูลช่องทีวีดิจทัลเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2556 บริษัทที่อยู่ในธุรกิจสื่อ หรือธุรกิจอื่นๆ ที่สนใจ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายรายต่างเข้าร่วมการประมูลกันอย่างคึกคัก ภายหลังการประมูลจบลงด้วยต้นทุนค่าใบอนุญาตที่สูงลิ่ว ส่งผลให้หลายต่อหลายบริษัทต้องแบกภาระต้นทุนที่มากขึ้น บางบริษัทถึงกับขาดทุน บางบริษัทไปต่อไม่ไหว ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) MCOT ก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จากบริษัทที่เคยมีกำไรปีละกว่า พันล้านบาท ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2547 บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นปีละ 2 ครั้ง มาได้อย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ต้นทุนที่สูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงไป ส่งผลให้กำไรสุทธิของ อสมทในช่วงปี 2557 - 2558 ลดลงมาเหลือ 503.79 ล้านบาท และ 57.81 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ผลประกอบการงวด 6 เดือนที่ผ่านมา ถึงกับพลิกเป็นขาดทุนครั้งแรก 211.18 ล้านบาท

จากสถานการณ์ที่เป็นเช่นนี้ ล่าสุด คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติงดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2559 เนื่องจากบริษัทมีความจำเป็นในการสำรอง เงินสดไว้สำหรับการลงทุนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจโทรทัศน์ดิจิทัล

การตัดสินใจงดจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง กระทรวงการคลัง ซึ่งถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 65.80% จากเดิมที่กระทรวงการคลังจะได้เงินปันผลระหว่างกาลปีละประมาณ 350-450 ล้านบาท แต่ในปีนี้จะไม่มีรายได้ที่รับรู้จากเงินปันผลของอสมทเข้ามา  

บล.บัวหลวง มองว่า อสมท ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนสำหรับการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งแรกสูงกว่าที่คาด จึงปรับประมาณการผลขาดทุนสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 86% มาอยู่ที่ขาดทุนสุทธิ 347 ล้านบาท เรตติ้งเฉลี่ยสำหรับช่องเอชดีขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากที่ลดลงไปต่ำสุดที่ 0.161 ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 0.187 ในเดือน มิ.ย. ในขณะที่เรตติ้งช่องแฟมิลี่ยังคงลดลงต่อเนื่องจาก 0.030 ในเดือน มี.ค. มาอยู่ที่ 0.020 ใน เดือน มิ.ย.

อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.กสทช. ฉบับใหม่ได้ผ่านวาระแรกของการพิจารณาของสนช.แล้ว และอยู่ในขั้นตอนของวาระที่สอง ฝ่ายวิจัยคาดว่า จะผ่านเป็นกฏหมายภายในไตรมาส 4 ซึ่งจะให้อำนาจกสทช.สำหรับการจ่ายเงินค่าชดเชยคืนให้กับหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่ทำการคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งานกลับไปยังกสทช .เพื่อทำการเปิดประมูลคลื่นความถี่ใหม่

อสมท ตั้งใจที่จะคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ตซ จำนวน 70 เมกะเฮิร์ตซ กลับไปให้กสทช. เพื่อทำการเปิดประมูลใหม่จากจำนวนทั้งหมด 140 เมกะเฮิร์ตซที่มีอยู่ในมือ คาดว่า อสมท มีแนวโน้มที่จะได้รับเงินค่าชดเขยจำนวน 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าเพิ่มให้กับหุ้นอสมท ได้อีก 14.5 บาทต่อหุ้น

 ปัจจัยบวกดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ซึ่งคงต้องติดตามผลกันต่อไป ขณะที่ผลประกอบการในปีนี้ของบริษัทน่าจะยังขาดทุนต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกส่งผลให้บริษัทจะรับรู้ผลขาดทุนเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เข้าจดทะเบียน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะตัดสินใจไม่จ่ายปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังออกมาเช่นเดียวกับครึ่งปีแรกก็เป็นได้