วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมืองไทยเล็งลงทุนอสังหา-ต่างประเทศรองรับเบี้ยระยะยาว

เมืองไทยประกันชีวิตเล็งปรับพอร์ตลงทุนมองโอกาสลงทุนอสังหาฯและขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนรองรับกรมธรรม์ระยะยาว30-50 ปีชี้ปีนี้อุตฯปรับฐาน

  “คุ้มครอง” มาแรงโตต่อปี60 แม้เบี้ยใหม่ลดลงแต่ทุนประกันความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็น 340,000 บาทจากเดิมที่300,000บาทต่อราย เตรียมเปิดแคมเปญกระตุ้นตลาดไตรมาสสุดท้ายปีนี้ รักษาเป้าทั้งปีแตะแสนล้านบาท

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ในปีนี้ถือเป็นปีที่ธุรกิจประกันชีวิตปรับฐาน โดยภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตอาจจะเห็นเบี้ยใหม่ลดลง แต่จำนวนทุนประกันต่อรายไม่ได้ลดลง และยังเห็นโอกาสเติบโตที่ดีในปีถัดไปได้ สะท้อนจากภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในช่วง7เดือนปีนี้ สมาคมประกันชีวิตไทย พบว่า กรมธรรม์ประเภทความคุ้มครอง มีทุนประกันต่อราย เพิ่มขึ้นเป็น 340,000 บาท จากเดิมที่300,000บาทต่อราย

ทางด้านพอร์ตการลงทุนของบริษัทปัจจุบันมีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 330,000ล้านบาท มีสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนประมาณ95% หรือประมาณ300,000กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่ 85% เป็นตลาดตราสารหนี้อีก10% เป็นหุ้น และที่เหลือเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอินฟราสตรัคเจอร์ กอง REIT ต่าง ๆขณะที่สิ้นปีก่อนบริษัทมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 318,000ล้านบาท เป็นสินทรัพย์ลงทุนอยู่ที่296,000 บาทและสร้างผลตอบแทนที่ 4.5-4.6% ซึ่งบริษัทยอมรับว่า ในภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนและดอกเบี้ยต่ำ ผลตอบแทนยังเป็นเรื่องท้าทายแต่ปีนี้น่าจะยังเติบโตได้

ทั้งนี้ บริษัทพยายามมองการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม ซึ่ง จะสอดรับกับกรมธรรม์คุ้มครองระยะ30ปีและ50ปี รวมถึงการลงทุนต่างประเทศ ในลักษณะหาโอกาสออกไปขยายธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มเติมขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษากลุ่มภูมิอาเซียน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวแต่การลงทุนดังกล่าวบริษัทก็ต้องประเมินความเสี่ยงและยื่นขออนุญาติจากหน่วยงานกำกับก่อนการลงทุน

“การปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับผลตอบแทนกรมธรรม์ที่บริษัทมีอยู่ส่วนใหญ่เป็นกรมธรรม์ความคุ้มครองระยะยาวและสุขภาพ สัดส่วนประมาณ80%ของกรมธรรม์ทั้งหมด และในปีหน้ายังเห็นภาพเช่นนี้”

สำหรับไตรมาสสุดท้ายซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจบริษัทเตรียมจัดแคมเปญใหม่ๆ มากระตุ้นตลาด  รวมถึงบริษัทจะพยายามรักษาเติบโตแต่ละเดือนที่10-11% มั่นใจเบี้ยรวมปีนี้จะทำได้ 100,000ล้านบาทตามเป้า จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 87,880 ล้านบาท  หลังจากช่วง 8 เดือนมีเบี้ยรับรวมเติบโตแล้ว 10% โดยปัจจุบัน สัดส่วนรายได้แบ่งตามช่องทางการขยายประกอบด้วย ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ อยู่ที่ 60% ช่องทางตัวแทน 20% และตลาดตรง 20% โดยปีนี้เป้าหมายแบงก์แอสชัวรันส์ บริษัทตั้งไว้ 70,000-80,000 ล้านบาท คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้