ปัญหาสังคมผู้สูงอายุและแรงงานที่มีทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาดถือเป็น เรื่องที่ “ภาครัฐ” ให้ความสำคัญและหาวิธีในการแก้ไขปัญหาอย่าง
ต่อเนื่อง แต่จากผลการสำรวจล่าสุดของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ดูเหมือนว่า “ปัญหาใหม่” กำลังก่อตัวขึ้น
“ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล” ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด บอกว่า ศูนย์วิจัยได้สำรวจประเด็นเรื่อง “การจ้างงาน” ซึ่งได้สำรวจครั้งแรกไปเมื่อเดือนก.ค.2559 และการสำรวจในเดือนก.ย.ถือเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้
จากการสำรวจพบว่า ครัวเรือนราว 50% มองว่า มีการเปลี่ยนแปลงของการจ้างงานในองค์กรที่ทำอยู่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเดือนก.ค.ที่อยู่ระดับ 49.1% ในจำนวนนี้มองว่า องค์กรที่ตัวเองทำงานอยู่มีการเลิกจ้างงานลดลง(4.8%) แต่การปรับลดการทำงานล่วงเวลา(โอที) เพิ่มขึ้น(3.6%) ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมและการผลิต
“ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจภาวะการมีงานทำ ของสำนักงานสถิติ ที่ไตรมาส 2 ตัวเลขผู้ว่างงานแฝง(คนที่ทำงานต่ำกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และต้องการทำงานมากขึ้น) ในภาคบริการและการผลิตเพิ่มมากขึ้น”
ณัฐพร บอกว่า เรื่องการลดโอทีลง เป็นการปรับตัวชั่วคราว สอดคล้องกับภาวะการผลิตและบริการ ซึ่งระยะสั้นอาจกระทบต่อการจ้างงานและรายได้บ้าง แต่ประเด็นที่อยากชี้ให้เห็น เพราะน่าจะมีความสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจระยะยาว คือ เรื่องโครงสร้างของตลาดแรงงาน
จากข้อมูลที่สำรวจพบว่า ก่อนปี 2557 จำนวนประชากรที่เพิ่ม(ประชากรที่อายุมากกว่า 15 ปี) สอดคล้องไปกับขนาดของแรงงานที่เพิ่ม กล่าวคือ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่หลังปี 2557 พบว่า ประชากรที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับกำลังแรงงานที่ลดลง แต่จำนวนที่เพิ่ม พบว่า ไปเพิ่มในภาคนอกกำลังแรงงาน
คำว่า “นอกกำลังแรงงาน” หมายถึง คนที่มีอายุมากกว่า 15 ปี แต่ไม่ได้ทำงานและไม่ได้ต้องการทำงาน ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวน 4.9 ล้านคน จึงมีคำถามว่า “กลุ่มนี้เป็นใครบ้าง?”
ณัฐพร บอกว่า กลุ่มที่อยู่นอกกำลังแรงงาน แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ ทำงานบ้าน เรียนหนังสือ เด็ก และ คนชรา
จากตัวเลขการเปลี่ยนแปลงช่วง 8 เดือนแรกของปี 2559 พบว่า กลุ่มคนชราเพิ่มขึ้น ซึ่งอธิบายได้จากสังคมผู้สูงอายุ โดยคนที่อายุมากกว่า 60 ปี เริ่มมีมากขึ้น
อีกกลุ่มที่เพิ่มขึ้น คือ คนที่มีสถานะทำงานได้ แต่อยู่บ้านเฉยๆ หรือ เรียกว่า “ทำงานบ้าน” กล่าวคือ ไม่ได้ทำอะไรเลย อาจจะมีบ้างที่เล่นหุ้น หรือรอรับเงินปันผล โดยคนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ และจากการสำรวจลึกลงไป พบว่า อายุของคนกลุ่มนี้กระจุกตัวระหว่าง 40-59 ปี อาจเป็นคนที่เกษียณอายุงานก่อนกำหนด
แต่ที่น่าสนใจสุดคือ ในจำนวนคนทำงานบ้านมีกลุ่มอายุ 20-24ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรจะเริ่มทำงาน แต่กลับเลือกไม่ทำงาน และไม่ต้องการหางานทำด้วย ซึ่งคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจากการสำรวจในครั้งก่อนหน้าด้วย
“ด้วยข้อจำกัดทางข้อมูล เราไม่สามารถลงรายละเอียดได้ลึกกว่านี้ว่า ทำไมคนกลุ่มนี้จึงเลือกอยู่นอกกำลังแรงงานและไม่ทำงาน ซึ่งถ้าระยะต่อไป คนกลุ่มนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น อาจเป็นโจทย์ใหม่ของโครงสร้างแรงงานไทย”
ณัฐพร บอกว่า ความจริงแล้วคนกลุ่มนี้ควรได้รับการพัฒนาทักษะแรงงาน ยิ่งอยู่นอกแรงงานเท่าไร การกลับเข้ามาในกำลังแรงงานยิ่งยากขึ้น ที่สำคัญ คือ ไม่สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่กำลังยกระดับตัวเองขึ้นเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งมีอุตสาหกรรมเป้าหมายมากมายที่ต้องอาศัยแรงงานที่มีทักษะ
นอกจากนี้ คนกลุ่มนี้ถ้ามีขนาดใหญ่ขึ้น อาจกลายเป็นภาระของคนในวัยอื่นๆ และเป็นการซ้ำเติมสังคมผู้สูงอายุ เพราะโดยสถานภาพของสังคมผู้สูงอายุทำงานได้น้อยอยู่แล้ว ต้องพึ่งพิงคนวัยหนุ่มสาว แต่กลับกลายเป็นว่าสวนทางกัน โดยคนหนุ่มสาวต้องมาพึ่งพิงคนวัยทำงาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ
อีกประเด็น คือ คนกลุ่มนี้อาจเป็นภาระต่อภาครัฐ แม้ว่าคนกลุ่มนี้อาจเป็นกลุ่มที่เล่นหุ้นหรือรอรับเงินปันผล แต่รายได้เหล่านี้อาจไม่มีความสม่ำเสมอ เพราะอนาคตตลาดมีความผันผวน ถ้าเกิดภาวะช็อก อาจกระทบกับคนกลุ่มนี้ได้ จนกลายเป็นภาระของภาครัฐ ทั้งเรื่องสวัสดิการและรายจ่าย
ณัฐพร ย้ำว่า เราควรให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องโครงสร้างแรงงานที่มากขึ้น เพราะอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจระยะยาวได้ ซึ่งประเด็นเรื่องสังคมผู้สูงอายุกับแรงงานทักษะไม่ตรงกับความต้องการเป็นเรื่องที่พูดกันมามาก และภาครัฐก็มีมาตรการช่วยเหลือเป็นระยะ
แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าขนาดของคนกลุ่มที่เลือกอยู่นอกกำลังแรงงานเพิ่มมากขึ้น อนาคตอาจจะกลายเป็นโจทย์ใหม่ของภาครัฐที่ต้องหามาตรการมารองรับก็เป็นได้!









