วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร่วงอีก ! WEFจัดอันดับขีดแข่งขันไทยลด2ขั้นรั้งที่34โลก

เวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรั่ม เผย อันดับความสามารถแข่งขันระดับโลกไทยปี 2559 ลดลง 2 อันดับ อยู่ที่ 34 จาก 138 ประเทศทั่วโลก แนะเร่งพัฒนวัตกรรม

นายพสุ เดชะรินทร์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยรายงานดัชนีความสามารถขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index: GCI) ประจำปี 2559 ที่ทำการสำรวจโดยเวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรั่ม หรือ WEF (World Economic Forum) พบว่า ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 34 จาก 138 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลดลง 2 อันดับจากปีที่ผ่านมา อยู่ที่อันดับ 32 ขณะที่ปีนี้ ไทยมีคะแนนอยู่ที่ 4.6 จากคะแนนเต็มที่ 7 คะแนน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดย 3 อันดับแรก ยังเป็นแชมป์เดิม คือ สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยกับปีที่ผ่านมา พบว่า อันดับที่ส่งผลบวกต่อดัชนีความสามารถทางการแข่งขันโดยรวม คือ ด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคของไทยมีอันดับดีขึ้น จากอันดับที่ 27 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 13 ของโลก สะท้อนจากการจัดทำงบประมาณสมดุลของภาครัฐ จากที่เคยดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณ ทำให้สัดส่วนการออมของประเทศต่อผลผลิตมวลรวมประชาชาติ หรือ จีดีพี สูงขึ้น และสัดส่วนหนี้รัฐบาลต่อจีดีพีลดต่ำลง ขณะเดียวกันภาคธุรกิจมองว่า ปัญหาในการทำธุรกิจในเรื่องการคอร์รัปชั่นลดลง และศักยภาพของรัฐบาลก็ดีขึ้น

ขณะที่ภาพรวมขีดความสามารถทางการแข่งขันกลุ่มประเทศในเอเซีย ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 10 ไม่เปลี่ยนแปลง อันดับหนึ่งคือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง นิวซีแลนด์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่ผ่านมา
ส่วนประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่ม ASEAN + 3 พบว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 6 รองจาก สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และ จีน เนื่องจากมีความน่าดึงดูดใจของทรัพย์สินทางธรรมชาติ และการให้ความสำคัญของรัฐบาลที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเดินทาง ซึ่งได้รับอันดับ 2 เป็นรองเพียงประเทศสิงคโปร์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากรายงานของ เวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรั่ม ระบุว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง จะต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของนวัตกรรม และต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรรองรับต่อการพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพราะในอนาคต การจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศจะวัดผลจากการก้าวสู่อุตสาหกรรม4.0 ซึ่งประเทศไทยจังมีจุดอ่อนเรื่องนวัตกรรม และหากในช่วง 1-2 ปีนี้ ไทยไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาได้ อาจส่งผลให้ประเทศอื่นมีอันดับความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้นกว่าไทย