ก.ท่องเที่ยว เตรียมชงแผนสนับสนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษ ชี้คนพิการทั่วโลกมีกว่า 1 พันล้านคน แต่ไทยทำตลาดนี้ไม่ถึง10%
ในการจัดงานวันท่องเที่ยวโลก 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 ก.ย.2559 ซึ่งไทยได้รับเลือกจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ให้เป็นเจ้าภาพ เนื้อหาหลักของงานจะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวของคนทั้งมวล ให้เกิดการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวระหว่างงานประชุมนานาชาติดังกล่าว วานนี้ (27 ก.ย.) ว่า เตรียมใช้โอกาสการประชุมครั้งนี้ รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการจัดงาน มาช่วยกำหนดแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
โดยจากการเปิดเผยของ ENAT (European Network for Accessible Tourism) ระบุว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ โดยเฉพาะคนพิการมีจำนวนกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก แต่ไทยยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เพียงไม่ถึง 10% เทียบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการสูญเสียโอกาสการทำรายได้ เนื่องจากตลาดนี้ใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า 10-15% เทียบกับค่าใช้ต่อวันของนักท่องเที่ยวทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 5,000 บาท
ตั้งเป้า 8 คลัสเตอร์พร้อมปี 2560
สำหรับความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม (Accessible Tourism) ของไทย วางแผนเบื้องต้นว่า ภายในปี 2560 แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 8 คลัสเตอร์จะต้องมีศักยภาพและความพร้อม ซึ่งที่ผ่านมาไทยยังขาดจุดเชื่อมต่อที่สมบูรณ์ (Missing Links) เช่น ธุรกิจโรงแรมบางแห่งพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกตามแนวทางอารยสถาปัตย์ที่เหมาะกับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัยแล้ว
แต่ปรากฏว่า การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างแหล่งท่องเที่ยวยังเป็นปัญหา หรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ยังไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน
เน้นบุกเบิกตลาดในประเทศ
อย่างไรก็ตาม การบุกเบิกตลาด Accessible Tourism เบื้องต้น จะส่งเสริมตลาดในประเทศก่อน เนื่องจากไทยมีฐานประชากรคนสูงอายุและคนพิการจำนวนมาก และที่ผ่านมากลุ่มนี้ยังเดินทางท่องเที่ยวค่อนข้างต่ำ เพราะติดปัญหาความพร้อมของการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยว
ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายว่าหลังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเรียบร้อย ตลาดในประเทศกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษนี้จะเติบโตราว 5-10%
เล็งชงแผนเข้าครม.
ส่วนแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จะแบ่งเป็น 2 ระดับคือ กระทรวงท่องเที่ยวผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องระบบขนส่งที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวโดยตรง
ระดับที่ 2 คือ การส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมการพัฒนาโครงสร้างเพื่อตลาดนี้มากขึ้น ทั้งการเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้เพิ่มมาตรการจูงใจการลงทุนตามแนวทางอารยสถาปัตย์มากขึ้น
ขณะที่ภาคเอกชนที่ร่วมทุนกับภาครัฐ (PPP) หรือลงทุนด้วยตัวเองจนมีมาตรฐานการรับตลาดนี้ขึ้นมา ภาครัฐจะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้ตลาดท่องเที่ยวกลุ่มนี้รับทราบถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเดินทางเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น
ชูไทยจุดหมายเที่ยวทุกกลุ่ม
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายยกระดับไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลเพื่อการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม หรือเป็นจุดหมายที่เป็นมิตรต่อคนทั้งทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ ทุกวัย ภายใน 5 ปีต่อไปนี้
จุดมุ่งหมายการส่งเสริมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวผ่านยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาระยะยาว ด้วยการระบุในแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (ปี2560-2564)
สำหรับแนวทางการลงทุนจะแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. รัฐบาลลงทุนในโครงการของตัวเอง 2. การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น เปิดให้เอกชนเข้ามาในลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวและที่ดินซึ่งภาครัฐเป็นเจ้าของ ปัจจุบันยังไม่ได้สรุปโมเดลที่ชัดเจน และ 3.ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน โดยรัฐจะสนับสนุนผ่านกลไกส่งเสริมการลงทุน
เชื่อดันท่องเที่ยวภาพรวม
นายซู จิง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ เชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นแลนด์มาร์กในการยกระดับความสำคัญของ Accessible Tourism เนื่องจากครั้งนี้ ยูเอ็นดับเบิลยูทีเอ ได้นำตัวแทนระดับสูงด้านท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 500 คนเข้ามาประชุมเพื่อรับทราบแนวทาง รวมถึงหารือประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ไขร่วมกัน และเชื่อว่าตลาดดังกล่าวสำคัญต่อการเติบโตของการท่องเที่ยวในภาพรวม ซึ่งตลอด 6 เดือนแรกของปี 2559 การเติบโตทั่วโลกมีแล้วกว่า 4% โดยเอเชียแปซิฟิกเติบโตถึง 9%
ขณะที่นายเดวิด สโกว์ซิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) กล่าวว่า ตลาดผู้สูงอายุมีสัดส่วนกว่า 15% ของประชากรทั่วโลก ซึ่งนอกจากการพัฒนาโครงสร้างเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการพิเศษเพื่อจุดมุ่งหมายในเชิงสิทธิมนุษยชนแล้ว สิ่งที่สำคัญคือประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจเนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีฐานใหญ่อยู่ทั่วโลกดังที่ได้ระบุมาแล้ว
นายมาริโอ ฮาร์ดี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (PATA) กล่าวว่า ประเด็นท้าทายด้านการส่งเสริมตลาดนี้คือ ปัญหาการเข้าถึงและเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ดังนั้นต่อไปพาต้าจะเข้ามาช่วยทำงานเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับกลุ่มตลาดนี้ ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น ทั้งช่องทางเว็บไซต์และช่องทางสังคมออนไลน์ที่มีอยู่






