ตลาดเงินเอเชียโล่งอก หุ้น-ค่าเงินพุ่ง หลัง "ฮิลลารี" เฉือน "ทรัมป์" ในการโต้วาทีนัดแรก โพลล์มอง “ฮิลลารี”ชนะ 62% ส่วน 27% มอง “ทรัมป์” ชนะ
ตลาดหุ้นหลักในเอเชียดีดตัวขึ้นวานนี้ (27 ก.ย.) หลังจากมั่นใจว่านางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทำได้ดีกว่าคู่แข่งในการโต้วาทีนาน 90 นาที โดยตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดบวก 0.8% ตลาดหุ้นฮ่องกงเพิ่มขึ้น 0.5% ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้น 0.6%
นายไมเคิล แมคคารธีย์ นักวิเคราะห์แห่งซีเอ็มซีมาร์เกตส์ กล่าวว่าในแง่นโยบายแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางฮิลลารีชนะ เช่นเดียวกับในแง่การควบคุมอารมณ์
ด้านนายแอนกัส นิโคลสัน นักวิเคราะห์แห่งบริษัทไอจี กล่าวว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน ถูกมองว่าเป็นปัจจัยลบสำหรับตลาดเพราะมีแนวคิดกีดกันการค้าและประกาศจะหยิบข้อตกลงการค้าเสรีบางฉบับมาเจรจาเงื่อนไขใหม่ ดังนั้นการที่นายทรัมป์เพลี่ยงพล้ำจึงเป็นสิ่งดีในสายตานักลงทุน
ค่าเงินตลาดเกิดใหม่แข็งค่าขึ้นเช่นกัน เพราะเทรดเดอร์พากันเข้าถือครองสินทรัพย์เสี่ยง โดยเงินเปโซเม็กซิโกดีดตัวจากระดับต่ำเป็นประวัติการณ์และทะยานขึ้นกว่า 2% ส่วนเงินรูเปียะห์อินโดนีเซียทะยานสูงสุดรอบ 17 เดือนโดยแข็งค่าขึ้น 0.7% เงินวอนเกาหลีใต้แข็งค่าเกือบ 1% เงินริงกิตมาเลเซียแข็งค่า 0.2%
“ฮิลลารี”-“ทรัมป์”ปะทะคารมเดือด
ในการโต้วาทีนัดแรก นางฮิลลารีกล่าวหานายทรัมป์ว่า เหยียดผิว เหยียดเพศ และเลี่ยงภาษี ทำให้นายทรัมป์ตกเป็นฝ่ายตั้งรับและเสียเวลาชี้แจงอยู่นาน โดยนางฮิลลารี กล่าวหาว่า นายทรัมป์โกหกแบบเหยียดเชื้อชาติ ด้วยการบอกว่านายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศ ไม่ได้เกิดในสหรัฐ ทำให้นายโอบามาต้องนำสูติบัตรมาแสดงเมื่อปี 2554 เพื่อยุติการถกเถียง
“เขาเริ่มต้นงานการเมืองด้วยการโกหกแบบเหยียดเชื้อชาติ ว่าประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของเราไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานเลยสักนิด แต่เขาก็ยังดื้อด้าน ยืนกรานอยู่อย่างนั้นปีแล้วปีเล่า” นางฮิลลารีกล่าว ซึ่งนายทรัมป์ได้ชี้แจงถึงข้อกล่าวหาที่ผิดพลาดของตนว่า ไม่มีใครกดดันและตามประเด็นนี้มากพอ มีแต่ตนเท่านั้นที่ทำให้นายโอบามาต้องแสดงสูติบัตร ซึ่งถือว่าตนทำได้เยี่ยมยอด
นอกจากนี้ นางฮิลลารียังยั่วโมโหคู่แข่งด้วยการกล่าวว่า นายทรัมป์ไม่ยอมเผยข้อมูลภาษี เพราะไม่อยากให้ชาวอเมริกันรู้ว่าเขาไม่ได้เสียภาษีให้รัฐบาล หรืออาจจะไม่รวยจริงอย่างที่คุย ทำให้นายทรัมป์สวนกลับว่า ในฐานะนักธุรกิจ การเสียภาษีน้อยๆ เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งจ่ายน้อยก็ยิ่งฉลาด และย้ำว่าจะเปิดเผยข้อมูลภาษีก็ต่อเมื่อนางฮิลลารีเปิดเผยอีเมล 33,000 ฉบับที่ลบทิ้งไป
นายทรัมป์กล่าวถึงจีนว่า ลดค่าเงินและรัฐบาลสหรัฐก็ไม่ได้ทำอะไรเรื่องนี้ จีนกำลังใช้สหรัฐเป็นกระปุกออมสินเพื่อฟื้นฟูประเทศตัวเอง และอีกหลายประเทศกำลังทำอย่างเดียวกัน ทั้งยังกล่าวถึงสถานภาพตำรวจโลกของสหรัฐว่าเขาต้องการช่วยเหลือพันธมิตรทั้งหมด แต่สหรัฐกำลังเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้ทำหน้าที่ตำรวจโลกและปกป้องทุกประเทศในโลกw,jได้ เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ได้ช่วยสหรัฐจ่ายเงิน
นายทรัมป์ยังระบุว่าตะวันออกกลางเละเป็นโจ๊กเพราะนางฮิลลารี ซึ่งนายทรัมป์ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศตั้งแต่เขายังเป็นทารก และบอกว่าจะจัดการกับกลุ่มไอเอส แต่ไอเอสแทรกซึมไปในกว่า 30 ประเทศแล้ว เขาคิดว่านางฮิลลารีจัดการไอเอสไม่ได้ ทำให้นางฮิลลารีตอบกลับว่าอย่างน้อยเธอก็มีแผนจัดการไอเอส
โพลล์ชี้คน62%ให้“ฮิลลารี”ชนะ
ในช่วงท้ายของการโต้วาที นายทรัมป์กล่าวว่า นางฮิลลารีไม่มีมาด และไม่แข็งแรงหรือเข้มแข็งพอเป็นประธานาธิบดี แต่เลี่ยงที่จะพูดถึงอาการปอดบวมของเธอ เปิดช่องให้อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ยกผลงานในอดีตมาตอบโต้เรื่องความแข็งแรงว่า เธอเคยเดินทางไปถึง 112 ประเทศ เจรจาข้อตกลงสันติภาพ ข้อตกลงหยุดยิง ปล่อยตัวนักโทษผู้คิดต่างจากรัฐบาล และต้องให้ปากคำกับคณะกรรมาธิการสภาคองเกรส 11 ชั่วโมง
ด้านนโยบายภาษี นางฮิลลารีโจมตีนายทรัมป์ว่า มีนโยบายแบบสวนทางเอื้อประโยชน์แก่คนรวย แทนที่จะให้ผลประโยชน์ไหลลงมาสู่คนข้างล่าง ส่วนนายทรัมป์ก็ตอบกลับว่า นางฮิลลารีดีแต่พูด ไม่ทำอะไร
ผลสำรวจความคิดเห็นของซีเอ็นเอ็น/โออาร์ซี ระบุว่า ผู้ให้ข้อมูล 62% ให้นางคลินตันชนะ 27% เชื่อว่านายทรัมป์ชนะ สำหรับการโต้วาทีนัดต่อไปจะมีขึ้นวันที่ 9 ต.ค. จากนั้นวันที่ 19 ต.ค.จะเป็นการโต้วาทีนัดสุดท้ายก่อนถึงการเลือกตั้งวันที่ 8 พ.ย.









