วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ยกระดับคุมเสี่ยง‘ตู้เอทีเอ็ม’ ป้องกันมัลแวร์

“แบงก์ชาติ” ร่อนหนังสือเวียนกำชับแบงก์ ยกระดับป้องกันความเสี่ยงตู้เอทีเอ็มจากมัลแวร์ วางมาตรการทั้งระยะสั้น-ยาว ขีดเส้นระยะสั้นให้เวลาดำเนิน

การ 6 เดือน ขณะระยะยาวไม่เกิน 2 ปี ด้าน “กรุงไทย” เร่งเพิ่มความปลอดภัยระบบ “เคทีบี เน็ทแบงก์”

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ส่งหนังสือเวียนซึ่งลงนามโดยนายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. ไปยังธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง เพื่อแจ้งแนวปฏิบัติในการป้องกันความเสี่ยงจากระบบเอทีเอ็มจากโปรแกรมมัลแวร์

เนื่องจากระบบเอทีเอ็มเป็นช่องทางการทำธุรกรรมการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หลักที่ประชาชนใช้บริการในวงกว้าง การพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยให้รองรับภัยคุกคามใหม่ๆ จะช่วยให้การบริการแก่ลูกค้าประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีความปลอดภัยและเกิดความเชื่อมั่นในการบริการ

ปัจจุบันภัยคุกคามระบบเอทีเอ็ม จากโปรแกรมมัลแวร์ มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น สถาบันการเงินจำเป็นต้องยกระดับการป้องกันความเสี่ยงเพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าวได้อย่างทันการณ์ ธปท. จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติในการป้องกันความเสี่ยงของระบบเอทีเอ็ม จากโปรแกรมมัลแวร์ให้สถาบันการเงิน ถือปฏิบัติประกอบด้วย มาตรการระยะสั้นและมาตรการระยะยาว

สำหรับมาตรการระยะสั้น ครอบคลุมการตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของตู้เอทีเอ็ม อุปกรณ์ เครือข่ายสื่อสาร กล้องวงจรปิด และบริเวรโดยรอบอย่างเคร่งครัด ควบคุมการจัดเก็บและเบิกใช้กุญแจตู้ เอทีเอ็ม การปรับแต่งค่าความปลอดภัยของระบบที่ตู้เอทีเอ็ม และอุปกรณ์เครือข่ายสื่อสาร รวมทั้งปรับปรุงการควบคุมการเติมเงิน และการกระทบยอดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยตามมาตรการระยะสั้นสถาบันการเงิน ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

ส่วนมาตรการระยะยาว ครอบคลุมการปรับปรุงตู้เอทีเอ็ม และระบบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเอทีเอ็มเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและติดตามภัยคุกคาม รวมทั้งการปรับปรุงการควบคุมการปฏิบัติงานที่ตู้เอทีเอ็มให้เคร่งครัดรัดกุมยิ่งขึ้น เช่น ในด้านการติดตั้งโปรแกรมที่ตู้เอทีเอ็ม ตลอดจนมีระบบที่คอยตรวจจับสิ่งผิดปกติ เช่น ตู้เอทีเอ็ม ถูกเปิดหรือถูกงัดแงะ การรีบู๊ตในลักษณะที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าเป็นต้น โดยมาตรการระยะยาวสถาบันการเงิน ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี

ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานด้านการกำกับการปฏิบัติงานและหน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบันการเงิน มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลและประเมินการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติดังกล่าว และขอให้สถาบันการเงิน ส่งผลประเมินพร้อมทั้งแผนการพัฒนาและปรับปรุงตามแนวปฏิบัติฉบับนี้ มายังตรวจสอบความเสี่ยงและเทคโนโลยีสารสนเทศ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. ภายใน 60 วัน นับจากวันที่หนังสือฉบับนี้ลงนาม

นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีกลุ่มมิจฉาชีพโจรกรรมข้อมูลทางธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งธนาคารได้เฝ้าระวังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และหามาตรการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ KTB netbank เพื่อให้ลูกค้าใช้บริการได้อย่างสบายใจ ล่าสุด ธนาคารให้ลูกค้ากรอกรหัส TOP (Time Out Password) เพื่อตรวจสอบความเป็นเจ้าของบัญชี

ในกรณีที่ต้องการเพิ่มเลขที่บัญชีผู้รับเงิน และกรอกรหัส TOP อีกครั้ง เพื่อยืนยันก่อนทำธุรกรรมโอนเงินให้กับบุคคลอื่น ทั้งการโอนเงินบัญชีบุคคลที่ 3 และการโอนเงินต่างธนาคาร จากเดิมที่ให้ลูกค้ากรอกรหัส TOP เฉพาะเมื่อมีการเพิ่มเลขที่บัญชีผู้รับเงินเท่านั้น

ทั้งนี้ ธนาคารจะส่งรหัส TOP ให้กับลูกค้าทาง SMS ตามหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ลูกค้าลงทะเบียนใช้บริการไว้เท่านั้น โดยลูกค้าจะต้องกรอกรหัส TOP ที่ได้รับภายใน 3 นาที มิฉะนั้นต้องขอรหัส TOP ใหม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของการใช้งาน