วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กนง.จับตากอง ‘เดย์ลี่ ฟิกซ์’ หวั่นตลาดผันผวนกระทบผู้ลงทุน

แม้ข้อมูลเศรษฐกิจไทยล่าสุด จะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่เชื่องช้าและเปราะบาง ซึ่งน่าจะเปิดช่องให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)

 ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลงได้

แต่หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ กนง. ทั้ง 7 ท่าน มีมติเอกฉันท์“คง”ดอกเบี้ยนโยบายติดต่อกันถึง 11 ครั้ง คือ ความเป็นห่วงในพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น(Search for Yield) จากภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ระดับต่ำเป็นเวลานาน ซึ่งอาจก่อให้เกิด“ความเปราะบาง”ในระบบการเงินได้

รายงานนโยบายการเงินฉบับล่าสุด(ก.ย.) บ่งชี้ว่า การลงทุนในกองทุนรวมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(เอ็นเอวี) ของกองทุนรวมในไตรมาสที่ 2 ปี 2559 ที่พบว่า การลงทุนขยายตัวต่อเนื่องในกองทุนรวมเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้ซึ่งรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน(มันนี่มาร์เก็ตฟันด์) และกองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไปที่เปิดให้นักลงทุนซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ(เดย์ลี่ ฟิกซ์ อินคัม)

โดยช่วงที่ผ่านมานักลงทุนได้ลดการลงทุนใน มันนี่มาร์เก็ตฟันด์ มาลงทุนใน เดย์ลี่ฟิกซ์อินคัม มากขึ้นเพื่อ “เพิ่มผลตอบแทน”

อย่างไรก็ตามกองทุนเดย์ลี่ฟิกซ์อินคัมมีความแตกต่างจากมันนี่มาร์เก็ตฟันด์ เพราะสามารถลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวและตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตได้ จึงทำให้เอ็นเอวีของกองทุนเดย์ลี่ฟิกซ์อินคัมอาจมีความผันผวนได้ค่อนข้างมากจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและการปรับเรทติ้งของบริษัทที่ออกตราสารหนี้

กรณีดังกล่าวอาจทำให้ผู้ลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ จนนำไปสู่การไถ่ถอนหน่วยลงทุนพร้อมกันเป็นจำนวนมาก และอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินได้ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปควบคู่กับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับนักลงทุนถึงความเสี่ยงของการลงทุนแต่ละประเภท

ขณะที่การลงทุนในกองทุนรวมในหลักทรัพย์ต่างประเทศ(เอฟไอเอฟ) ขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยกองทุนเอฟไอเอฟหันไปลงทุนในประเทศที่มีความน่าเชื่อถือในระดับที่สูงขึ้น เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลักเซมเบิร์ก ฮ่องกง และกาตาร์ โดยส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้(อินเวสเม้นท์เกรด)

“วรวรรณ ธาราภูมิ”ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน มองว่าสถานการณ์กองทุนเดย์ลี่ฟิกซ์ ขณะนี้ยังไม่มีความน่ากังวล เนื่องจากทางผู้ขาย ได้บอกรายละเอียดกองทุนกับผู้ลงทุนชัดเจนตามแนวทาง

“ผู้ขายกองทุนรวม ได้บอกชักเจนกับนักลงทุนอยู่แล้วว่า กองทุนเดย์ลี่ฟิกซ์ ไม่ใช่เงินฝาก และเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงกว่าเงินฝาก รวมถึงกองทุนนี้ไม่ใช่ลงทุนแบบมันนี่มาร์เก็ตฟันด์”

ด้าน“กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ”นักวิเคราะห์กองทุนประจำประเทศไทย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) มองว่ากองทุนเดย์ลี่ฟิกซ์ไม่ได้น่ากลัวและไม่น่ากังวลมากนัก เพียงแต่ผู้ขายกองทุนต้องไม่หลอกนักลงทุน

ขณะที่ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า กองทุนเดย์ลี่ฟิกซ์ต่างกันกับ มันนี่มาร์เก็ตฟันด์ โดยกองทุนมันนี่มาร์เก็ตฟันด์จะมีข้อจำกัดในการลงทุนและสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ที่ค่อนข้างเคร่งครัด ซึ่งช่วงหลังมานี้โดยเฉพาะในปีนี้ผู้ลงทุนให้ความสนใจในกองทุนเดย์ลี่ฟิกซ์มากขึ้นเพราะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า และคงเลยจุดที่จะกังวลว่าจะมีการเทขายมากๆ ถ้าผู้ให้ข้อมูลให้ข้อมูลถูกต้องและครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม รายงานนโยบายการเงิน ระบุว่า แม้ภาพรวมในปัจจุบัน ความเสี่ยงจากพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นต่อเสถียรภาพเชิงระบบยังคงมีจำกัด และยังไม่เห็นสัญญาณของการประเมินความเสี่ยงที่ต่ำเกินไป(Underpricing of Risks) อย่างชัดเจนในวงกว้าง

แต่กนง. จะติดตามพฤติกรรมเหล่านี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นของนักลงทุนที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องพฤติกรรมการลงทุนของกองทุนรวมที่อาจมีแนวโน้มลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่ลงทุนได้ เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น

รวมไปถึงพฤติกรรมของสถาบันการเงินที่อาจแข่งขันกันปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดใหญ่มากขึ้นและกระจุกตัวอยู่ในบางธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นการสะสมความเปราะบางในระบบการเงินได้