กพช. เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานขยายกรอบเวลาเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมเป็นเดือน ก.ย. 2560 พร้อมให้ ปตท. ลงนามซื้อแอลเอ็นจี 2 ล้านตัน
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานวันนี้ (26 ก.ย.) ว่า ที่ประชุม กพช. เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานขยายกรอบเวลาการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุจากเดือน มิ.ย. 2560 เป็น ก.ย. 2560
เนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขอขยายระยะเวลาพิจารณากฎหมายปิโตรเลียมถึง 2 ครั้ง โดยจะสิ้นสุดวันที่ 21 ต.ค. นี้ ส่งผลให้การเปิดประมูลหาผู้สำรวจและผลิตปิโตรเลียมรายใหม่แล้วเสร็จไม่ทันระยะเวลา 1 ปี ตามมติเดิมของ กพช.
สำหรับแหล่งก๊าซฯ ที่ต้องเปิดประมูลได้แก่ แหล่งบงกช ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ซึ่งจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2566 และแหล่งเอราวัณของบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ที่จะหมดอายุในปี 2565 โดยการประมูลต้องแล้วเสร็จ 5 ปีก่อนสัญญาสัมปทานจะหมดอายุ เพื่อให้การผลิตปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
"ถ้า สนช. ขยายเวลาเพิ่มอีกก็กลัวจะเปิดประมูลไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเอกชนจะขาดความมั่นและไม่ลงทุนต่อเนื่องทำให้มีปัญหาเรื่องการผลิตก๊าซฯ ในอ่าวไทย กระทรวงพลังงานจึงพยายามจะเปิดประมูลและทราบผลภายใน 2560 โดยภาคเอกชนยืนยันว่าเปิดประมูลทันปีหน้าก็ยังทำให้การผลิตก๊าซฯ ในอ่าวต่อเนื่อง" พล.อ.อนันตพร กล่าว
ที่ประชุม กพช. ยังเห็นชอบให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาจัดซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ระยะยาว จากบริษัท Shell Eastern Trading (PTE) Ltd และบริษัท BP Singapore Pte. Limited แห่งละ 1 ล้านต่อปี หลัง ปตท. สามารถเจรจาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขจนสามารถปรับลดราคาจัดซื้อได้รวม 115,000 ล้านบาท คิดเป็น 20% จากร่างสัญญาเดิม
พร้อมเห็นชอบให้ปรับลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) เหลือ 4.12 บาทต่อหน่วย จากเดิมอยู่ที่ 5.66 บาทต่อหน่วย เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค หลังราคาแผงโซลาร์เซลล์ลดลง 21% จาก 54 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์เมื่อ 2 ปีก่อน เหลือ 42.2 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์







