วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :   แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้างหลังปรับขึ้นแรงวานนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวไร้ทิศทาง ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่รายงานออกมาเมื่อวานนี้ ได้แก่ Existing home sales เดือน ส.ค. 2559 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อย โดยลดลง 0.9%mom ขณะที่เพิ่มขึ้น 0.8%yoy สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจกสหรัฐด้านค่าแรงที่เติบโตในระดับต่ำขณะนี้ ส่วนนักลงทุนต่างชาติวานนี้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเพิ่มขึ้นอีก 2,007 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1490/1515 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ

หุ้นแนะนำ

CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ราคาอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ

SCB (190) : จากปัจจัยพื้นฐานของธนาคารที่ดีเราจึงคาดว่ารายได้ของธนาคารจะยังเติบโตขึ้นจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ในสถานการณ์ที่สภาวะเศรษฐกิจอ่อนตัวลงคุณภาพทรัพย์สินที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ credit cost กลับมาอยู่ในระดับปกติ นอกจากนี้ SCB ยังเป็นหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลโดดเด่นที่ระดับ 4%

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" สั่งใช้ที่ดินริมทางรถไฟ-ที่ราชพัสดุทั่วประเทศ สร้างบ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยและสังคมผู้สูงอายุ กรมธนารักษ์เร่งปูพรมสำรวจพื้นที่ เตรียมฯ จังหวัด 1 พื้นที่เข้าร่วมโครงการ ธอส.เตรียมเงิน 6 หมื่นล้าน ทำ 4 โครงการสนองนโยบาย ทั้งบ้านหลังแรก บ้านผู้สูงอายุ บ้านผู้ด้อยโอกาสและบ้านกตัญญูคาด 2 เดือนทยอยเปิดโครงการ

+ "คมนาคม" จ่อปลดล็อคกฎเข้มปล่อยคาราวานทัวร์ต่างชาติเข้าพรมแดนไทย หลัง สทท.แจงเป็นปัจจัยฉุดการท่องเที่ยวชายแดน เผยตลาดแดนมังกรเดินทางรถยนต์ผ่านเส้นทางอาร์3เอ ปีละ 8 หมื่นคน

+ กทม.เล็งทบทวนผังเมือง สอดคล้องการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่รอบแนวรถไฟฟ้า นายกฯอาคารชุดไทยเรียกร้องปรับเพิ่ม "เอฟเออาร์" แนวรถไฟฟ้า-สถานีขนาดใหญ่ จุดตัดเชื่อมการเดินทาง เป็น 30-50%

+ แบงก์ชาติเตือนธุรกิจบริหารความเสี่ยงรับตลาดเงิน-ทุนป่วน จากแนวโน้มเฟดขึ้นดอกเบี้ยชี้ค่าบาทแข็งช่วงสั้น "กอบศักดิ์" คาดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกปีนี้ในเดือน ธ.ค. ขณะนักวิเคราะห์ประเมิน กนง.ไม่ตามเฟด คาดคงดอกเบี้ยถึงปีหน้า

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นต่อในวันพฤหัสบดี โดยหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำหนุนตลาดขึ้น และดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นติดต่อกันสองวันมากที่สุดในรอบกว่าสองเดือน ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 98.76 จุดหรือ 0.54% สู่ 18,392.46, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 14.06 จุดหรือ 0.65% สู่ 2,177.18 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 44.34 จุดหรือ 0.84% สู่ 5,339.52

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี และเข้าใกล้จุดสูงสุดของปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยในวันพุธ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 76.63 จุด หรือ 1.12 % สู่ 6,911.40 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,834.77-6,937.33 โดยดัชนีเข้าใกล้จุดสูงสุดของปีนี้ที่ 6,955 ที่ทำไว้ในวันที่ 15 ส.ค.

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงหนุนเป็นวันที่สองติดต่อกันจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงเกินคาด อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบลดช่วงบวกลงก่อนปิดตลาด เนื่องจากเทรดเดอร์กังวลว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจจะไม่บรรลุข้อตกลงในการปรับลดภาวะน้ำมันล้นตลาดในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ย.พุ่งขึ้น 98 เซนต์ หรือ 2.2 % มาปิดตลาดที่ 46.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.52-46.52 ดอลลาร์