ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังสต็อกน้ำมันดิบลด และดอลลาร์อ่อนค่า
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ พบว่าปรับตัวลดลง 6.2 ล้านบาร์เรล ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐให้อยู่ในระดับเดิม วานนี้
+ บริษัท PIRA Energy Group คาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ว่าจะปรับลดลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าสัปดาห์หน้า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ จะปรับลดลง 2.85 ล้านบาร์เรล
- อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดัน หลังสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าความเป็นไปได้ที่กลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปค จะสามารถตกลงในเรื่องการรักษาเสถียรภาพน้ำมันมีโอกาสต่ำ
- นอกจากนี้ นักลงทุนของบริษัท PSW Investment ของสหรัฐ มองว่า แม้ว่ากลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค จะสามารถตกลงกันได้ในเรื่องของการคงกำลังการผลิต แต่การคงการผลิต ณ ปัจจุบัน ยังไม่สามารถช่วยบรรเทาภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดลงได้ อีกทั้งยังมองว่า น้ำมันดิบที่ล้นตลาดจะบรรเทาลงได้ ก็ต่อเมื่อที่กลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปค ยอมลดกำลังการผลิตลง ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนของบริษัท PSW Investment จึงตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขายสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในตลาดล่วงหน้า หากราคาน้ำมันแตะระดับ 47.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- บริษัทที่ปรึกษา Tyche Capital Advisors ของสหรัฐ มองว่า หากกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค สามารถตกลงในเรื่องการลดกำลังการผลิตได้ แต่ก็มีโอกาสที่ประเทศในกลุ่มโอเปคจะไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ เนื่องจากหากดูในอดีต ประเทศในกลุ่มโอเปคไม่เคยปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งคัด
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความกังวลาว่าอุปทานจะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือน ต.ค. ถึง พ.ย. หลังโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งกลับมาดำเนินการผลิตหลังปิดซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ความต้องการจากอินโดนิเซียที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดน้ำมันเบนซินไม่ให้ลดลงไปมากนัก
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการส่งออกจากอินเดียยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีในเดือน ก.ย.
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 42-47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง หลังในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 20 - 21 ก.ย. ตลาดคาดว่ามีโอกาสเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่ามีโอกาสกว่าร้อยละ 40 ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.
- ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากกลุ่มลิเบียและไนจีเรียมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มมากขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเริ่มคลี่คลายลง โดยไนจีเรีย เตรียมที่จะมีการเสนอขาย Que Iboe ในสิ้นเดือนนี้แล้ว
- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปล้นตลาดมีแนวโน้มส่งผลกดดันราคาต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการขนส่งน้ำมันดิบที่กลับมาเป็นปกติ และปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสหรัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังอุปสงค์เริ่มปรับตัวลดลง
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999








