วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีเอ็มบีคาด'กนง.'ไม่หวั่นไหวเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้

ทีเอ็มบีคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ คาด"กนง."คงนโยบายดอกบี้ยต่ำถึงกลางปีนี้ พร้อมย้ำไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนในตลาดการเงินไทย

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics มองการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่จะมีจุดเริ่มต้นปีนี้ จะส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าและเงินทุนไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ แต่จะไม่ส่งผลรุนแรงต่อตลาดเงินตลาดทุนไทย และธปท.จะยัง “คง” ดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเช่นนี้ไว้ได้อย่างน้อยถึงกลางปีหน้า

แม้ที่ประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ (FOMC) ในคืนที่ผ่านมามีมติให้ “คง” ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐที่ระดับ 0.25-0.50% แต่มี 3 เสียงไม่เห็นด้วย และมองว่าควรขึ้นดอกเบี้ยเลย จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้น 0.25% ในอีก 3 เดือนข้างหน้าและมีแนวโน้มปรับขึ้นอีก 0.50% 

ในปีหน้านักลงทุน และผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว ไม่เพียงจะส่งผลให้ต้นทุนในรูปดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น แต่ตลาดเงินตลาดทุนจะผันผวนมากขึ้นในช่วงท้ายปีและปีหน้าแน่นอน และสิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ ธปท. จะรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้อย่างไร

หลายคนอาจมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยโดยตรง แต่หากมองในมุมดอกเบี้ย การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เป็นเหมือนการจุดประกายให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตามในไม่ช้าหรือไม่ ซึ่งถ้าเรามองย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน พบว่าการขึ้นดอกเบี้ยของกนง. 13 ใน 25 ครั้งหลังสุดเป็นการขึ้นหลังจากที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยภายในหนึ่งเดือนก่อนหน้า 

ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ตลาดอาจมองว่า การปรับดอกเบี้ยของเฟดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของ กนง. ยิ่งปัจจุบันที่ความผันผวนของตลาดการเงินและการดำเนินนโยบายที่สวนทางกันของธนาคารกลางส่งผลกระทบให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีโอกาสผันผวนรุนแรงในอนาคต

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี วิเคราะห์ว่า การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่จะเกิดขึ้นต่อไป จะไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนในตลาดการเงินไทยมากนัก เพราะเศรษฐกิจไทยยังเติบโตดีขึ้น สวนทางกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว และในทางทฤษฎีเมื่อดอกเบี้ยสหรัฐปรับตัวขึ้น ขณะที่ดอกเบี้ยไทยยังคงทรงตัว ตราสารหนี้สกุลเงินบาทจึงลดความน่าสนใจลง เมื่อเทียบกับตราสารหนี้ของสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนขายตราสารหนี้ไปซื้อตราสารหนี้สหรัฐ เงินทุนไหลออก ค่าเงินบาทอ่อน 

ทั้งนี้ พบว่าก่อนการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ของเฟดโดยส่วนใหญ่ ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงราว 1% ขณะที่หลังการขึ้นดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้น 0.05% และถ้าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปตามคาด มองว่า ธปท.จะยัง “คง” ดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเช่นนี้ไว้ได้อย่างน้อยถึงกลางปีหน้า หรือจนกว่าดอกเบี้ยสหรัฐ จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่าระดับดอกเบี้ยนโยบายไทย

ถึงกระนั้น ผู้ประกอบการไทย ยังไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาทและจับตาทิศทางดอกเบี้ยและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด เพราะการคาดการณ์ดังกล่าว อาจถูกกระทบด้วยปัจจัยอื่นๆ จนผลลัพธ์กลับสวนทางได้ในภาวะตลาดที่ผันผวน เช่นในปลายปีที่ผ่านมาที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยได้ 0.25% 

ขณะที่ กนง. คงดอกเบี้ยแต่กลับมีเงินทุนไหลเข้าทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ถึง 3.67 แสนล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี 2559 แม้ดอกเบี้ยนโยบายไทย อาจยังไม่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลง แต่การเคลื่อนย้ายเงินทุนเหล่านี้จะส่งผลต่อ ตลาดเงิน ตลาดทุนและค่าเงินบาทจน ธปท. อาจต้องหันกลับมาใช้ดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง