บล.เอเซียพลัส ประเมิน "โรงพยาบาล-ประกัน-ท่องเที่ยว-ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิสก์-อาหาร" แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังเติบโตดี หลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน
บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล ท่องเที่ยวและโรงแรม ประกัน ส่งออกอาหาร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
กลุ่มโรงพยาบาล คาดงวดไตรมาส 3 กำไรจะสูงสุดรอบปี จากผลของฤดูกาล คือ โรคต่างๆ ที่มากับฤดูฝน และคนไข้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อน และปีนี้วันถือศีลอดในไตรมาส 3 มีเพียง 7 วัน เทียบกับปีก่อนที่ 21 วัน
โดยกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีการกระจายตัวของคนไข้ที่ดี มีการเติบโตต่อเนื่อง และยังได้รับประโยชน์ทางภาษี หลังบีโอไอมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์เป็นครั้งแรกในประเทศส่วนบำรุงราษฎร์ (BH) แม้กำหนดเป้ารายได้ทรงตัว แต่แผนการลดต้นทุนเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย รวมทั้งการเร่งเปิดคลินิคทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเป็นศูนย์ส่งต่อผู้ป่วย น่าจะช่วยหนุนกำไรปีนี้จะยังเติบโต 7% และเพิ่มขึ้นอีก 10.7% ในปีหน้า
ส่วนหุ้นขนาดกลางจะพลิกกลับมาเติบโตก้าวกระโดดทั้งจากช่วงฤดูกาลและการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลเก่า และการเตรียมขยายสาขาใหม่
กลุ่มประกันเชื่อว่า แนวโน้มอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (bond yield curve) น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว รวมทั้งการที่ คปภ. ได้พิจารณาปรับอัตราคิดลดที่เหมาะสมใหม่รองรับกรณีอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ระดับต่ำ ส่งผลบวกต่อกรุงเทพประกันชีวิต (BLA) เพราะมีการตั้งเงินสำรองฯ กรมธรรม์ลดลง หนุนกำไรปกติยังอยู่ในทิศทางที่ดี และน่าจะเข้าสู่ช่วงพีคในช่วงไตรมาส 4 เช่นเดียวกับ กรุงเทพประกันภัย(BKI) คาดไตรมาส 3 กำไรทำจุดสูงสุดของปี เนื่องจากเป็นช่วงต่อสัญญาประกันภัยโดยเฉพาะในกลุ่มงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
กลุ่มสายการบิน และกลุ่มท่องเที่ยว ช่วงครึ่งปีหลังจะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และต้นทุนน้ำมันลดลง ขณะที่กลุ่มโรงแรมนั้นคาดไตรมาส 3 จะมีกำไรสูงกว่าไตรมาส 2 จากอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น 8% สู่ 79% และน่าจะมีกำไรเพิ่มต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4 และยาวไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2560 ซึ่งเป็นช่วงพีค
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แม้ทิศทางเงินบาทเทียบกับดอลล่าร์ที่แข็งขึ้นจนนำไปสู่การปรับสมมติฐานเฉลี่ยทั้งปี 2559 - 2560 เป็น 35 บาท แต่การแข็งค่าที่ค่อยเป็นค่อยไป ผนวกกับเป็นช่วงไฮซีซั่นการส่งออก ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะเคซีอี (KCE) และเอสวีไอ (SVI) จากแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังเติบโตโดดเด่น
กลุ่มเกษตร-อาหาร แนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 จะเติบโตจากไตรมาส 2 เพราะเข้าฤดูกาลส่งออกอาหารสู่ต่างประเทศ ทำให้ราคาไก่และสุกร ยังทรงตัวสูงต่อเนื่องจากไตรมาส 2 และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองอ่อนตัว เนื่องจากจีนเร่งระบายสต็อกข้าวโพด และผลผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองในสหรัฐออกสู่ตลาด









