การที่ “พิชญ์ โพธารามิก”ประกาศรับซื้อหุ้นและวอร์แรนท์ของจัสมินป็นสตอรี่ใหม่ที่เป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นกลุ่มมือถือ กลับมาคึกคักอีกครั้ง
วานนี้ (19ก.ย.) ราคาหุ้นมือถือปรับตัวขึ้นร้อนแรงและมีวอลุ่มเข้ามาหนาแน่น แม้ว่าก่อนหน้านี้โบรกเกอร์ออกมาประเมินเพียงแค่ให้ถือลงทุนเท่านั้น โดยหุ้นทรู (TRUE) ปิดตลาดที่ราคา 7.55 บาท เพิ่มขึ้น 5.59% มูลค่าการซื้อขายรวม 2,960 ล้านบาท หุ้นดีแทค (DTAC) ปิดตลาดที่ราคา 34 บาท เพิ่มขึ้น 8.80% มูลค่าการซื้อขาย 1,894 ล้านบาท หุ้นแอดวานซ์ (ADVANC) ปิดตลาดที่ราคา 166 บาทเพิ่มขึ้น 0.61% มูลค่าการซื้อขาย 1,849 ล้านบาท
จากข้อมูลการซื้อขายหุ้นในกลุ่มมือถือ จะเห็นว่า หุ้นดีแทค ถือว่าเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากสุด และน่าจะสะท้อนได้ว่า อาจจะมีปัจจัยหนุนให้นักลงทุนเก็งกำไรหุ้นในครั้งนี้หรือไม่ และจะมีอะไรที่เกี่ยวโยงกับการกรณีหุ้นใหญ่จัสมิน รับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั้งหมดหรือไม่
นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า การที่หุ้นมือถือมีแรงเก็งกำไรเข้ามาหนาแน่นนั้น อาจเป็นเพราะนักลงทุนคาดการณ์ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่จัสมินอาจจะนำหุ้นที่รับซื้อคืนมาขายให้กับผู้ประกอบการมือถือรายใดรายหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีการยืนยันในขณะนี้ อาจเป็นการคาดเดาของนักลงทุนเท่านั้น จึงควรระมัดระวังการลงทุนด้วย
บล.ทิสโก้ ระบุว่า จากการที่รัฐบาลทหารกดดันให้รัฐวิสาหกิจมีการปฏิรูปฝายวิจัยคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในเร็วๆ นี้ แม้ว่าจะเกิดขึ้นอย่างล่าช้า แต่เราคาดว่า TOT และ CAT จะมีรายได้กว่า 2.5 แสนล้านบาท จากการขายสินทรัพย์ และปล่อยเช่า ทำให้โดยรวมแล้วส่งผลบวกต่อกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากลดความไม่แน่นอนเรื่องคลื่นความถี่ และความเป็นเจ้าของของสินทรัพย์
ฝ่ายวิจัยได้รวมข้อมูลการเจรจา (มีที่ประกาศออกมาแล้ว 14 ครั้ง) และบริษัทในกลุ่มที่มีความเป็นไปได้, ระยะเวลา และผู้ได้รับผลประโยชน์โดยรวม หากว่า TOT และ CAT ถูกนำไปอยู่ใต้บริษัท Holding ของรัฐบาลใหม่ และถูกเร่งกระบวนการแปรรูป เราคาดว่าในปี2560 จะเป็นปีที่สินทรัพย์จำนวน 2.5 แสนล้านบาท เริ่มมีการถูกขายหรือปล่อยเช่าให้เอกชน ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมสื่อสาร และปัญหาการขาดแคลนคลื่น และเป็นปัจจัยที่ต้องระวัง
ทั้งนี้ ด้วยคลื่นความถี่ในมือทั้ง 2100 เมกะเฮิตรซ์ , 2300 เมกะเฮิตรซ์ , 1800 เมกะเฮิตรซ์ และ 850 เมกะเฮิตรซ์ โทรศัพท์บ้านและโครงสร้างพื้นฐานรวมกันมีมูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านบาท ก่อนภาษีมากพอที่จะรองรับรายได้ของ CAT และ TOT ไปได้อีกหลายปี โดยฝ่ายวิจัยมองว่า DTAC จะเป็นคนได้ประโยชน์จากความร่วมมือมากสุดรองลงมาคือ ADVANC และ TRUE
บล.ทรีนีตี้ ประเมินว่าช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวที่จะถูกผู้เล่นในตลาดซื้อกิจการต่อจากกลุ่ม Telenor ซึ่งไม่ขอ Comment ในกรณีดังกล่าว แต่ถ้ามองถึงมูลค่าของ DTACในช่วงที่ต่ำกว่า 30 บาท ด้วยมูลค่าการขายกิจการให้กับบริษัทอื่นในตลาดไว้ที่ 37.70 บาท และเมื่อมีกระแสข่าวการเข้าซื้อกิจการของ DTAC ได้ทำ Scenario Analyst เพื่อพิจารณาว่า ถ้าซื้อ DTAC ด้วยราคาที่30-45 จะให้ Payback Period ของผู้ซื้ออยู่เพียงแค่ 1.50 - 5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจของผู้เล่นในตลาดไม่ว่าจะเป็น ADVANC หรือ TRUE ก็ตาม เพราะธุรกิจ Mobile Operator นั้นเป็นธุรกิจที่ Operating Leverage ที่สูง ดังนั้นจำนวนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะได้ประโยชน์จาก Economy of Scale







