โศกนาฏกรรมเรือล่มอยุธยา"ขาดประกัน" ขณะที่บางรายทำประกันส่วนบุคคลไว้ "คปภ." สั่งหาทางเยียวยาด่วน
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา จ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากว่า ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 73 (พ.ศ.2549) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 กำหนดให้เจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการเดินเรือสำหรับโดยสารต้องจัดให้มีการประกันภัยคุ้มครอง ผู้โดยสาร ซึ่งในเบื้องต้น คปภ.ได้ทำการตรวจสอบพบว่าเรือลำดังกล่าว ทำประกันภัยภาคบังคับไว้กับ บริษัทไทยพัฒนาประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีระยะเวลาประกันภัยระหว่างวันที่ 10 มี.ค. 2558 ถึง วันที่ 10 มี.ค.2559 ซึ่งหมดอายุการคุ้มครองแล้ว แต่ยังไม่ได้ต่ออายุกรมธรรม์
ขณะนี้สานักงาน คปภ. กำลัง ตรวจสอบต่อไปว่า มีการทำประกันภัยไว้กับบริษัทอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งหากเรือลำดังกล่าว ได้ทำประกันภัยและ กรมธรรม์ยังมีผลบังคับใช้ผู้โดยสารจะได้รับการคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ (สายตา หรือทุพพล ภาพถาวรสิ้นเชิง) 100,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน
ส่วนการประกันภัยรายบุคคล ในเบื้องต้นสำนักงาน คปภ. ตรวจสอบแล้ว พบว่า มีผู้โดยสารบางรายทำประกันชีวิตไว้กับบริษัทเอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคปภ. ได้ประสานบริษัทให้เร่งดำเนินการจ่ายค่า สินไหมทดแทนเป็นการด่วนแล้ว ส่วนการประกันอุบัติเหตุจะตรวจสอบว่า มีการทำประกันภัยไว้กับบริษัทใด หรือไม่ ถ้าพบว่ามีการทำประกันไว้ จะเร่งให้มีการดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นการด่วนต่อไป
“คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดย ตนได้สั่งการสานักงาน คปภ. จังหวัดและสำนักงาน คปภ. ภาค เข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย ให้กับผู้ประสบภัยเต็มที่ และอยากจะฝากเตือนผู้ประกอบการเดินเรือควรทำประกันภัยการเดินเรือตามที่ กฎหมายกำหนด และหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ด้วย เพื่อให้ผู้ประสบภัยทางน้ำที่เกิดจากเรือโดยสาร ได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและครบวงจร”








