"ชุติมา" จรดปากกาลงนามหนังสือบังคับเรียกค่าเสียหายขายข้าวจีทูจีเก๊ทันทีหลังรับมอบอำนาจ ด้านที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ยื้อต่อขอหารือใบปะหน้า
หลังจากยืดเยื้อมากว่า 3 เดือนหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รมว.พาณิชย์ ออกคำสั่งทางปกครอง ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ปี 2539 ในคดีขายข้าวจีทูจีเก๊ โดยมีผู้ที่ถูกเรียกชดใช้สินไหม ประกอบด้วยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์และพวกรวม 6 คน วงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท
โดยนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์มีหนังสือไปสอบถามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เกี่ยวกับการมอบหมายอำนาจผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งกพร.ตอบในเชิงหลักการกรณีเรียกสินไหมทางละเมิดกฎหมายไม่ได้ห้ามการมอบหมายอำนาจไว้
นอกจากนี้ ประเด็นการมอบอำนาจแล้ว ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังได้ออกคำสั่งตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดหน้าที่ให้กรมบังคับคดีดำเนินการเรียกค่าสินไหมตามคำสั่งทางปกครองในคดีนี้และให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทำโดยสุจริตในกรณีข้าวรวมทั้งการดำเนินการตามหน้าที่และคำสั่งศาล
ดึงปลัดเซ็นแทนรมต.พาณิชย์
ในที่สุด นางอภิรดี ได้ตัดสินใจลงนามในคำสั่งทางปกครองดังกล่าว โดยระบุว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรีในการเซ็นหนังสือบังคับทางปกครองแทนนายกรัฐมนตรี และตนได้มอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เซ็นแทนในฐานะ รมว.พาณิชย์ ซึ่งได้มีคำสั่งถึงปลัดกระทรวงพาณิชย์เพื่อดำเนินการแล้ว
“ต้องบอกก่อนว่า พี่ไม่ใช่นักการเมือง แต่มาปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่มีความเชี่ยวชาญและทำงานอย่างตรงไป ตรงมา เรื่องนี้ต้องลงรายละเอียดเยอะ และเป็นเรื่องซับซ้อน และต้องใช้เวลาในการทำงานให้รอบคอบ ไม่ตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งและลงโทษใคร ทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อผ้า และเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามที่นายกฯ ได้มอบหมายมา” นางอภิรดี กล่าว
สำหรับขั้นตอนหลังมีการลงนามในหนังสือบังคับทางปกครอง ฝ่ายกฎหมายจะแจ้งเรื่องไปยังผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย เพื่อให้รับทราบ โดยมีกำหนดให้ตอบรับหรือหากจะโต้แย้งก็ต้องดำเนินการภายใน 30 วัน หากเพิกเฉยจะส่งหนังสือแจ้งเตือนรอบที่ 2 และมีระยะเวลา 15 วัน หากยังเพิกเฉยอีกก็จะส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดี เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป
“ชุุติมา”ยืดอกพร้อมเซ็นคำสั่ง
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รมว.พาณิชย์ ได้หารือเรื่องการมอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงนามแทน รมว.พาณิชย์ในหนังสือบังคับทางปกครองแล้ว ซึ่งตนจะต้องลงนามด้วย ส่วน รมว.พาณิชย์ จะลงนามแทนนายกรัฐมนตรี แต่รมว.พาณิชย์ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจมาให้ตนก่อน จึงจะลงนามแทนได้ ซึ่งเรื่องนี้สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
"รัฐมนตรีมาหารือแล้ว ซึ่งดิฉันก็พร้อมจะลงนามร่วมกับท่าน เพื่อให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว เพราะนายกฯ ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ รมว.พาณิชย์ ลงนามแทนในหนังสือบังคับทางปกครองตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ กระทรวงฯ ยังไม่ได้ส่งหนังสือดังกล่าวไปยังผู้ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย และนายกฯ ได้ทวงถามมาโดยตลอด เพราะคดีจะหมดอายุความเดือน ก.พ.2560” นางสาวชุติมา กล่าว
ปลัดใหม่แบะท่าไม่ทราบเรื่อง
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงกรณีที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบันจะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือน ก.ย.นี้ หากไม่มีการลงนามในหนังสือ และทำให้ตนเองต้องเป็นผู้ลงนามในฐานะที่จะเป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2559 ว่า หากจะต้องลงนามในหนังสือ คงต้องพิจารณาในรายละเอียดก่อน เพราะการลงนาม หมายถึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ตนไม่รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น คงไม่สามารถลงนามได้ทันที แต่เชื่อว่าปลัดชุติมา ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก คิดว่าท่านคงต้องทำให้เสร็จ ไม่ทิ้งเรื่องไว้แน่ เพราะท่านมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ที่จะดำเนินการให้เสร็จ
ชุติมาเซ็นแล้ว-ที่ปรึกษารมว.ยื้อต่อ
รายงานข่าวกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าบ่ายวานนี้ (16 ก.ย.) หลังมีหนังสือมอบอำนาจลงมาให้นางสาวชุติมาเซ็นแทน ทางนางสาวชุติมาได้ลงนามและส่งหนังสือกลับขึ้นไปยังรัฐมนตรีพาณิชย์ที่ต้องลงนามเป็นชื่อแรกแทนนายกฯทันที แต่รัฐมนตรีพาณิชย์ก็ยังไม่ลงนามในคำสั่งทางปกครอง โดยทีมที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ได้ขอหารือเรื่องใบปะหน้าหนังสือนำส่งไปยังผู้เรียกค่าสินไหมอีกรอบ ทั้งที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบรัดกุมและกำหนดวิธีการ แนวทางไว้ชัดเจนแล้ว
“เรื่องนี้เป็นการพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าแต่ละคนมีความจริงใจ ในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ทั้งที่เป็นอำนาจของรมต.แต่พยายามที่จะลากดึงคนอื่นเข้าไปร่วมให้ได้ แม้กระทั่งลากดึงเข้าไปแล้วเพียงวันเดียว ผู้ที่มีหน้าที่ได้รับมอบหมายก็ลงนามทันที แต่ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงกลับมีที่ปรึกษามาคอยถ่วงดึงไว้อีก” แหล่งข่าว กล่าว
คลังสรุปคดี“ยิ่งลักษณ์”สัปดาห์หน้า
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ในฐานะในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งเรียกค่าเสียหายจำนำข้าว กล่าวว่า คณะกรรมการฯจะเร่งสรุปกรณีละเลยความเสียหายโครงการจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีภายใน 1-2 วัน ตามระยะเวลาที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯได้ใช้เวลาในการพิจารณากรณีดังกล่าวมานานหลายเดือน โดยได้มีการประชุมร่วมคณะกรรมการฯที่มาจากหลายฝ่ายหลายครั้ง อาทิ จากผู้แทนอัยการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งคณะกรรมการฯก็ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ จึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร
“คณะกรรมการฯได้หารือเรื่องเรื่องการรับผิดทางแพ่งของ นางสาวยิ่งลักษณ์ มาแล้วหลายรอบแล้ว ซึ่งการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเปรียบเสมือนการเขียนนิยายเรื่องหนึ่งที่มีผู้เขียนหลายคน ความเห็นก็จะแตกต่างกันไป จึงใช้เวลาพอสมควร อย่างไรก็ดี ภายในสัปดาห์หน้าผมจะพยายามสรุปรอบสุดท้ายให้ได้” นายมนัส กล่าว
แจงเปิดเผยชดเชยความเสียหายไม่ได้
สำหรับตัวเลขความเสียหายที่นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้นั้น เขากล่าวว่า คงไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ เพราะถือเป็นความลับ และต้องเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการต้องสงวนตัวเลขไว้เพื่อให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามเรียกร้องค่าเสียหายในการพิจารณา เนื่องจาก ผู้ที่ลงนามเรียกร้องค่าเสียหาย อาจมีความเห็นในเรื่องตัวเลขที่ไม่ตรงกับคณะกรรมการฯก็ได้ ดังนั้น จึงถือเป็นมารยาทที่ไม่ควรเปิดเผยตัวเลขไปก่อน
ทั้งนี้ หลังจากคณะกรรมการฯพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จ จะส่งผลสรุปไปยังรองปลัดกระทรวงการคลังที่กำกับดูแลกรมบัญชีกลาง จากนั้น จึงจะส่งไปยังต้นสังกัดของนางสาวยิ่งลักษณ์








