วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประกันสุขภาพบูม หนุนคนไทย“ยิ่งแข็งแรงเบี้ยยิ่งถูก”

จากรายงานภาพรวมธุรกิจประกันภัยครึ่งปีแรก2559 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) พบว่าเบี้ยประกันชีวิตเกือบ

ทุกประเภทหดตัวหมดทั้งประกันชีวิตสามัญ ประกันกลุ่มและอุตสาหกรรม ประกันอุบัติเหตุ ยกเว้นเบี้ยประกันสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ เติบโตในอัตราเร่ง 44.20% เป็นจำนวนเม็ดเงิน 30,141 ล้านบาทสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น ยังช่วยหนุนให้ธุรกิจประกันชีวิตยังมีเบี้ยรับรวมเติบโต 5.07% เป็นจำนวนเม็ดเงิน 382,020 ล้านบาท

      ตลาดประกันสุขภาพในเมืองไทยเติบโตในอัตราเร่งเป็นผลพวงจากยุคดอกเบี้ยต่ำที่กระทบตลาดประกันออมทรัพย์ที่เคยเติบโตโดดเด่น ทำให้ช่วง2ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจประกันชีวิตได้ปรับตัว หันมาจับกระแสสังคมสูงวัย  ที่ประชากรมีแนวโน้มอายุยืนยาวขึ้น และใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น แต่เมื่อประชาชนเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล บ่อยครั้งที่ต้องประหลาดใจกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดมาก่อน เพราะค่าบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ต้องชำระค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินจากวงเงินผลประโยชน์ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ซื้อไว้

ดังนั้น ช่วงต้นปีมานี้ 2บิ๊กค่ายประกันระดับtop5ของประเทศ ชิงจังหวะเปิดปรากฎการณ์ครั้งแรกในไทยห่างกันแค่เสี้ยวสัปดาห์ ด้วยการคิดค้นโครงการดูแลสุขภาพแนวใหม่ เน้นส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก ภายใต้ชื่อคุ้นหู “เอไอเอ ไวทัลลิตี้” และ “เมืองไทยประกันชีวิต MTL SIX PACKS” โดยสมาชิกภายใต้โครงการจะต้องเข้าร่วมโปรแกรมและสะสมคะแนนสุขภาพ สามารถนำมาเป็นส่วนลดเบี้ยประกันที่ร่วมในโครงการและรับสิทธิประโยชน์ลดพิเศษจากร้านค้าพันธมิตรได้อีกด้วย รับร้องว่าคนที่ชื่นชอบออกกำลังกายเข้าฟิตเนสต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว ขณะที่บริษัทประกันก็ยิ้มร่า มั่นใจว่าความเสี่ยงค่าสินไหมสุขภาพที่พุ่งปรี๊ดจะปรับตัวลดลง ตามสุขภาพคนไทยที่จะแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

     ขณะเดียวกันค่ายประกันชีวิตชั้นนำโดดลงมาเล่นในตลาดนี้  ยังพาเหรดเปิดแผนประกันสุขภาพมิติใหม่ลุยทำตลาดครึ่งปีหลัง หันมาโฟกัส “รูปแบบเหมาจ่าย”มากขึ้น พร้อมมุ่งสร้างความแตกต่างด้วยการปรับเงื่อนไขความคุ้มครองให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย อาทิ ความคุ้มครองสูงขึ้นเบี้ยเพิ่มเล็กน้อย เทียบกับความคุ้มครองที่สูงขึ้นเหมือนกันไม่ได้จ่ายเบี้ยเพิ่ม หรือแบบไม่จำกัดวงเงินสูงสุด เป็นต้น

“กุญแจสำคัญของตลาดประกันสุขภาพ” นั้นก็คือ การตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าและความเข้าใจง่ายของกรมธรรม์ ล่าสุด “เอฟดับบลิวดี” เปิดตัวสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย “ดิเอ็กซ์คลูซีฟ แคร์” รับประกันบุคคลชาย-หญิง อายุ 1 เดือนถึง 70 ปี และต่ออายุได้ถึง 84 ปี มีความคุ้มครองให้เลือก 3 แผนคือแบบวงเงินผลประโยชน์ 550,000 บาท 1.1 ล้านบาท และ 3.3 ล้านบาท จุดเด่นคือ บริษัทจะไม่จำกัดวงเงินสูงสุดของค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในแต่ละประเภท ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลหากจำนวนวันที่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกินแผนประกันสุขภาพที่ซื้อไว้ โดยลูกค้าสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเองในวงเงินผลประโยชน์ความคุ้มครอง

ขณะที่ก่อนหน้านี้ “อลิอันซ์ประกันชีวิต” ที่ตั้งธงปรับตัวมาเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองและสุขภาพ ในปีนี้รุกหนักทุ่มงบการตลาดกว่า80ล้านบาท  เปิดตัวโฆษณาใหม่ต่อยอด“สุขภาพ ปลดล็อก เอ็กซ์ตร้า” กระตุ้นคนไทยซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย จ่ายเบี้ยเพิ่มเพียง2% เฉลี่ยตามช่วงอายุ  แต่รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเริ่มต้น 2 ล้านบาทและสูงสุดถึง10ล้านบาทต่อปี หวังเจาะตลาดทุกกลุ่มเป้าหมาย อายุรับประกันตั้งแต่1เดือน1วัน-70ปีต่ออายุความคุ้มครองได้ถึง84ปี(คุ้มครองถึงอายุ85ปี)มีให้เลือก5แผนความคุ้มครอง และในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัท ยังเตรียมออกแบบประกันสุขภาพแบบใหม่ เป็นสัญญาเพิ่มเติม ให้ความคุ้มครองที่ในตลาดไม่เคยมีมาก่อน จ่ายเบี้ยถูกเพียงหลักพันบาท คาดว่าจะเปิดตัวครั้งแรกในงานสัปดาห์ประกันภัยช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ด้วย

   อีกปัจจัยเร่งสำคัญคือ“สิทธิประโยชน์ลดหย่อนทางภาษีเพิ่มเติม” เนินนานหลายปีแล้วที่ สมาคมประกันชีวิตไทยได้เสนอแนวทางการลดหย่อนภาษีให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) การพิจารณาล่าสุดคือซื้อประกันชีวิตคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ซื้อประกันบำนาญ และซื้อประกันสุขภาพ ทั้ง 3 อย่างนี้รวมกันสามารถที่จะนำเบี้ยประกันมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท จากเดิมได้แค่ 100,000 บาท หากเป็นประกันบำนาญได้สูงสุด 200,000 บาท แต่เมื่อรวมกับ LTF และ RMF แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ขณะที่สมาคมประกันวินาศภัยเสนอให้นำเบี้ยประกันสุขภาพไม่ว่าจะซื้อผ่านบริษัทประกันวินาศภัยหรือบริษัทประกันชีวิตให้นำมาลดหย่อนได้ในวงเงิน 100,000 บาท แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวมาให้แอบดีใจตามที่กรมสรรพากรได้เห็นชอบหลักการให้ประชาชนที่ซื้อประกันสุขภาพนำค่าเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้ในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำประกันสุขภาพมากขึ้น แต่สุดท้ายคนไทยยังอกหักซ้ำซาก เพราะทางสมาคมประกันวินาศภัย ยืนยันว่ายังไม่ได้ข้อสรุปรายละเอียดและต้องรอทางกรมสรรพากรเป็นผู้พิจารณาก่อน หากพิจารณาเสร็จแล้วก็จะมีเสนอให้ รมว.คลัง และครม.พิจารณาต่อไป 

ขอเอาใจช่วยลุ้นให้ใช้สิทธิได้ทันยื่นภาษีปี 60 ภายในเดือนมี.ค. ปีหน้าเลยแล้วกัน ถือเป็นของขวัญให้คนไทยชราภาพด้วยสุขภาพกายและใจที่ดี