ช่อง 3 ถอยแจ้งศาลเพิกถอนคำขอคุ้มครองชั่วคราว แต่ยืนยันฟ้อง มติ กสท.ลงโทษโฆษณาเกินเวลา
หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เมื่อวันจันทร์ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีแทน กสทช. และ กสท.
กรณีที่บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ได้ยื่นฟ้อง สำนักงาน กสทช. กสทช. และ กสท. ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุม กสท. วันที่ 20 เม.ย.2559 ที่มีคำสั่งทางปกครองให้ระงับโฆษณาบริการหรือสินค้าเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ เกินกว่า 12.30 นาทีต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 23 ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และเป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามข้อ 5 (8) ของประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 และขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ กสท. ด้วย
นางสาวสุภิญญา กล่าวว่าหลังจากตนเองได้รับมอบอำนาจจากบอร์ด กสท.ให้ไปชี้แจงต่อศาลในประเด็นนี้ ซึ่งศาลนัดไต่สวน วันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ทราบจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายสำนักงาน กสทช. ว่าช่อง 3 ได้ยื่นคำร้องต่อศาล “ขอตัดข้อความในคำฟ้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง” ศาลจึงอนุญาตให้ยกเลิกการนัดไต่สวน โดยให้เหตุผลว่าผู้ฟ้องคดีไม่ติดใจที่จะขอทุเลาการบังคับคดีดังกล่าวแล้ว
“ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานฯ เตรียมข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว พร้อมชี้แจงต่อศาลโดยยึดหลักการการนับเวลาโฆษณาที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภคเป็นสำคัญ ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากเวลาโฆษณาที่ยาวเกินไปทำให้รับชมรายการได้ไม่ต่อเนื่อง”
ที่ผ่านมามีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามาเป็นระยะ ก่อนหน้านี้มีสถานีโทรทัศน์บางช่องได้รับคำสั่งลักษณะดังกล่าวไปแล้ว และยอมรับว่ามีการนับเวลาโฆษณาผิดพลาดไป ซึ่งการโฆษณาเกินเวลาที่ พ.ร.บ.กำหนดเป็นไปตามประกาศ กสทช.ที่กำหนดให้เป็นการกระทำที่เอาเปรียบผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการเอาเปรียบช่องอื่นๆที่ทำตามกติกาด้วย
นอกจากนี้องค์กรกำกับหลายประเทศมีการกำกับเรื่องระยะเวลาโฆษณาเช่นกัน โดยนับเวลาตามเข็มนาฬิกา บางประเทศมีการกำหนดช่วงเวลาด้วยว่าในเวลา 1 ชั่วโมง จะตัดเข้าโฆษณาได้ไม่เกินกี่ช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาของรายการเด็ก นอกเหนือจากกำกับเนื้อหาโฆษณาแล้ว ยังกำกับเรื่องเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย อย่างไรก็ตามขณะที่ศาลยังไม่มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว มติ กสท. ก็ยังมีผลต่อไปในการบังคับกับช่อง 3 และช่องอื่นๆ ที่โฆษณาเกินเวลา
แม้ว่าช่อง 3 จะขอยกเลิกให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ กสท. แต่ยังคงฟ้องคำสั่งและมติของ กสท. ที่ให้ระงับเวลาโฆษณาที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอยู่ ซึ่งอยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะรับฟ้องหรือไม่ หากรับฟ้องก็ต้องดำเนินการตามขึ้นตอนและกระบวนการของศาลปกครองต่อไป









