"ประชารัฐ" ดึง "โมเดิร์นเทรด" รับซื้อลองกองภาคใต้บูรณาการต้นทาง-ปลายทาง แก้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ ดันราคาขยับสูงขึ้น 20-30%
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) เปิดเผยว่า กลุ่มนักธุรกิจภายใต้บริษัทประชารัฐรักสามัคคี ,สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกับผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ได้จัดทำโครงการ "ลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้" เพื่อพัฒนาช่องทางการการจัดจำหน่ายลองกอง จำนวนทั้งสิ้น 3,244 ตัน ซึ่งเป็นสัดส่วน 15% ของตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ
โดยองค์กรภาคเอกชนจะรับซื้อลองกองภาคใต้ไปจัดจำหน่ายต่อ อาทิ แมคโคร เซเว่นอีเลฟเว่น ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) รับซื้อรวม 1,000 ตัน เทสโก้ โลตัส รับซื้อไปทั้งสิ้น 915 ตัน ท็อปในเครือเซ็นทรัลรับซื้อ 450 ตัน บิ๊กซีซึ่งเป็นหน่วยงานของกลุ่มไทยเบฟเวอเรจรับไป 215 ตัน ,กูร์เมต์ มาร์เก็ตในเครือเดอะมอลล์รับซื้อไป 50 ตัน
รวมถึงการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านหน่วยงาน อาทิ ไทยเบฟเวอเรจ รับไป 100 ตัน สภาเกษตรกร200ตัด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย100ตัน สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ 75 ตัน บริษัทไปรษณีย์ไทย 40 ตัน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 30 ตัน เป็นต้น
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทประชารัฐ รักสามัคคี จำกัด เข้าไปเป็น “ตัวกลาง” เชื่อมการตลาดและต้นทางการผลิต หลังจากมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง จะช่วยยกระดับราคาสินค้าและมาตรฐานสินค้าในระยะยาว โดยจะจัดรณรงค์ให้เดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคมเป็นเดือนแห่งการบริโภคลองกอง
นายจอมกิตติ ศิริกุล ผู้บริหารโครงการพิเศษเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) และตัวแทนมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท กล่าวว่า กลุ่มมูลนิธิได้เข้าร่วมกับบริษัทประชารัฐ ด้วยเข้าไปช่วยพัฒนาต้นทางของผลิตภัณฑ์ใน 5 เดือนที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มผลผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและคัดเกรด รองรับการจำหน่ายที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้นระยะกลาง จะเข้าไปช่วยให้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรเพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้า โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มการรับซื้อลองกอง50%ของผลผลิต และระยะยาวจะมีการแปรรูปสินค้า ภายใน2-3ปี
“หลังจากเกิดการวมกลุ่มผู้ประกอบการเข้ามาเพิ่มช่องทางการบริหารจัดการตลาดในโมเดิร์นเทรดรับซื้อลองอกองสัดส่วน15%มีผลต่อการยกระดับราคาลองกองเพิ่มขึ้น20-30%ทันที โดยมีการคัดแยกเกรดไม่ได้จำหน่ายรวมจากเดิมจำหน่ายรวมราคาก.ก.ละ20-30 บาทในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเกรดเอ และเกรดบีราคาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ก.ก,ละ 45-60 บาท ขณะที่เกรดCก.ก.ละ20บาท”
ด้านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาดังกล่าวเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาที่ภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการด้านการกระจายสินค้าเข้ามาช่วยเสริมการทำงานของภาครัฐ จากเดิมที่ภาครัฐ ไม่มีสรรพกำลังและองค์ความรู้เข้าไปช่วย
ดังนั้นจึงเป็นการใช้ศักยภาพการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางการผลิต จนถึงปลายทางการตลาด(ซัพพลายเชน)ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ แต่ใช้องค์ความรู้และศักยภาพของภาคเอกชน จากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน ซึ่งเป็นการพัฒนาในมิติทางแศรษฐกิจที่เข้ามาพัฒนาพื้นฐานความเป็นอยู่ด้วยการสร้างรายได้ให้กับภาคชุมชน ที่จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีหลากหลายมิติ และความยากจนก็ถือเป็นหนึ่งในมิติที่สำคัญ เพราะเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน








