Superior recurring growth profile
ประเด็นการลงทุน
เราเริ่มคำแนะนำ “ซื้อ” ITEL ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท (และคาด Bull case ขึ้นไปได้ถึง 15 บาท อิงจาก P/E ของหุ้นที่เป็น Recurring Income High Growth เช่น FSMART ที่เคยเทรด สูงราว 60 เท่า เมื่อตอนพึ่งเข้าตลาด) ปัจจัยหนุนคือ กำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราคาดเติบโต เฉลี่ย 78%/ปี ในช่วง 2016-18 (CAGR) โดยเป็นการเติบโตของรายได้ต่อเนื่องจากค่าเช่าโครงข่าย Interlink Fiber Optic ทั่วประเทศ คาดจะเติบโตสูง 30%/ปี ในช่วง 2016-18 (CAGR) จากการใช้งาน Big data และ Internet ความเร็วสูง และ 4G ที่มีการเติบโตแบบ Exponential และต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ รายได้ส่วนเพิ่มจากการเพิ่ม Utilization Rate จะเป็นส่วนที่เป็นกำไรและกระแสเงินสดให้กับบริษัทเกือบทั้งหมด
เติบโตจากโครงข่าย Interlink Fiber Optic ทั่วประเทศ
คาดกำไรรวมของบริษัทเติบโต เฉลี่ย 78%/ปี ในช่วง 2016-18 (CAGR) จากรายได้จากการให้บริการข้อมูล (Fiber Optic) คาดเติบโต 30%/ปี ในช่วง 2016-18 (CAGR) อิงจาก utilization rate ที่คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 33% ในปี 2018 (จากปัจจุบันที่ 17%) ตามความต้องการที่มีการเติบโตตามการใช้งาน Big data และ Internet ความเร็วสูง รวมถึงการส่งสัญญาณ 4G ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คิดเป็นรายได้หลักมากกว่า 50% โดยฐานลูกค้า คือ กลุ่มธุรกิจฯ (7-11, และธุรกิจที่มีมากกว่า 1 สาขา) กลุ่มสื่อสาร (CSL, INET, TRUE) ฯลฯ
ต้นทุนส่วนใหญ่คงที่ รายได้ส่วนเพิ่มคือกำไร
เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญของโครงข่าย Interlink Fiber Optic ได้ลงทุนไปเกือบหมดแล้วด้วยเงินลงทุนราว 1,800 ล้านบาท จึงเหลือเพียงส่วน last mile ที่เดินสายไปสู่ลูกค้าเพิ่มเติม ซึ่งเรามองว่าจะใช้เงินลงทุนเพียงปีละ 20-50 ล้านบาท ในระยะยาวเท่านั้น และด้วยความสามารถทำกำไรในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 30% (โดย U-rate อยู่ที่ 17%) และต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ เราจึงมองว่ารายได้ส่วนเพิ่มจากการเพิ่ม utilization rate จะเป็นส่วนที่เป็นกำไรให้กับบริษัทเกือบทั้งหมด
Data center แห่งใหม่ พร้อมรับรู้กำไรปีหน้า
การที่ภาครัฐให้การสนับสนุนการสร้าง Data Center จะยิ่งเสริมโอกาสในการเติบโตของ Data Center ของบริษัท หลังจากที่ Data center แห่งแรกมีผู้เช่าเต็มแล้ว และมีกำไรปีละ 20-30 ล้านบาท บริษัทเริ่มสร้าง Data center แห่งที่ 2 ขนาด 600 racks (ใหญ่กว่าแห่งแรกที่ 348 racks) คาดเริ่มรับรู้รายได้ปี 2017 เป็นต้นไป และกำไรจาก Data center แห่งที่ 2 คาดเติบโต 100%/ปี ไปอีก 3 ปี ปัจจุบันบริษัทมีข้อตกลงการเช่า (Pre-sale) แล้ว 30% (200 racks) ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจว่ากำไรจะเป็นไปตามคาด
ต่อยอด Know-How ด้วยการรับงานติดตั้งโครงข่าย
บริษัทนำความชำนาญในการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมมาต่อยอด รับงาน turnkey จากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจให้บริการด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีการณีศึกษาเม็ดเงินลงทุนบรอดแบรนด์ใยแก้วนำแสงของไทย จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 12% (CAGR 2015-18) ซึ่ง รายได้ใน 1H16 และ backlog ที่จะรับรู้ในปีนี้ได้รองรับรายได้ที่เราคาดการณ์ในปี 2016 ไปแล้ว 85% และบริษัทอยู่ระหว่างการประมูลงานสร้าง Data center ของ PEA คาดจะรู้ผลการประมูลในปีนี้







