วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก้าวใหญ่ปตท.ขายเฟรนไชส์อะเมซอนตลาดญี่ปุ่น

ปตท. ขายแฟรนไชส์คาเฟ่ อเมซอนสาขาแรกในญี่ปุ่น ชี้ขายสิทธิ์แฟรนด์ไชส์รอบนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญและเป็นโอกาสอันดียิ่งของคาเฟ่อเมซอน

รายงานข่าวจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ (14 ก.ย.) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เป็นประธานในพิธีลงนามการขายสิทธิ์แฟรนไชส์คาเฟ่อเมซอน สาขาแรกในจังหวัดฟุคุชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ให้กับบริษัท Codomo Energy จำกัด โดยมี นายยะสุโนริ อิวะโมโตะ ประธานบริษัท Codomo Energy จำกัด และนายสุชาติ ระมาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนาม

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวหลังเป็นประธานในพิธีว่า การก้าวสู่ตลาดญี่ปุ่นนับเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ด้วยการทำให้แบรนด์ไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ โดยเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ชาวญี่ปุ่น รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้าไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ได้สัมผัสรสชาติกาแฟสดแบบไทยๆ โดยปัจจุบัน ปตท. มีคาเฟ่อเมซอนในต่างประเทศแล้ว 35 แห่ง

'การเจาะตลาดเพื่อสร้างความรับรู้และการยอมรับในญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับ ปตท. เพราะญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง กลุ่มผู้บริโภคมีความหลากหลาย รวมถึงยังเป็นผู้กำหนดเทรนด์ต่างๆ ในปัจจุบัน ซึ่งการขายสิทธิ์แฟรนด์ไชส์ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญและเป็นโอกาสอันดียิ่งของคาเฟ่อเมซอน ในการทำตลาดกาแฟสดในประเทศญี่ปุ่น' นายอรรถพลกล่าว

สำหรับ Codomo Energy ซึ่งเป็นพันธมิตรของ ปตท. เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสีเขียวด้วยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รวมถึงสนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวญี่ปุ่น

ในขณะที่ ปตท. ตั้งใจที่จะร่วมดูแลสังคมด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพของเอสเอ็มอี ผ่านเครือข่ายธุรกิจน้ำมัน ปตท. มีอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงคาเฟ่อเมซอน ที่ได้ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทางภาคเหนือของประเทศให้มีรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนเป็น

ความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นการจับมือระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสนใจและเป้าหมายเหมือนกันแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่ทั้ง 2 องค์กร จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าและบริการ ต่อไปในอนาคต