ผลิตภัณฑ์ตราเพชร คาดครึ่งปีหลังผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวดีขึ้น รุกงานราชการเพิ่มยอดขาย รับรัฐเร่งงานก่อสร้าง
นายสาธิต สุดบรรทัด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขายภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า บริษัทประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง ยังรักษาอัตราการเติบโตที่ดีได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยกำลังซื้อภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับรัฐบาลได้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างภาครัฐต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงเป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์ตราเพชร ที่จะเข้าไปขยายงานเพื่อรุกลูกค้ากลุ่มราชการเพิ่มเติม หลังมองเห็นโอกาสที่หน่วยงานราชการต่างๆ ได้เปิดประมูลโครงการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานก่อสร้างใหม่และงานปรับปรุงซ่อมแซม
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ตราเพชร มีความพร้อมด้านสินค้าที่หลากหลายและได้รับมาตรฐาน มอก. ซึ่งมีคุณสมบัติสินค้าที่ได้ตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานจากหน่วยงานราชการ ขณะนี้เริ่มเข้าไปเจรจาพร้อมนำเสนอสินค้ากับผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ได้รับงานก่อสร้างภาคราชการแล้ว
ส่วนแนวโน้มตลาดส่งออกไปในกลุ่มประเทศ CLMV+I (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนามและอินโดนีเซีย) ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยพบว่า ตลาด สปป.ลาว ซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรไม่มาก แต่ก็เป็นตลาดที่มีศักยภาพที่ทำยอดขายเติบโตได้เป็นเลข 2 หลัก ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากตลาดส่งออกในปัจจุบันเพิ่มขึ้นแตะ 19% ของยอดขายรวม จากปีก่อนที่มีสัดส่วนรายได้ 16% ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า DRT จะทำสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 20% ของยอดขายรวมภายในปี 2561
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของตลาดส่งออกในอนาคต เชื่อยังขยายตัวอีกมาก เพราะผู้ประกอบการห้างค้าปลีกวัสดุขนาดใหญ่ในไทย มีแผนขยายการลงทุนไปในกลุ่มประเทศ CLMV เพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตลาดของบริษัท ที่มีช่องทางการจำหน่ายเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น เมื่อรวมกับความแข็งแกร่งของตราสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าในภูมิภาคนี้ จึงทำให้บริษัทมีโอกาสผลักดันยอดขายสินค้าในภูมิภาคนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“เราเชื่อว่าครึ่งปีหลัง ยังรักษาการเติบโตที่ดีได้ต่อเนื่อง หลังครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิ 245.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.12% จากปัจจัยการรุกขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยไว้ที่ 80% ของกำลังการผลิตทั้งหมด เชื่อว่าด้วยแนวทางดังกล่าว จะทำให้เราเติบโตได้ตามเป้า”









